รายงานสถานการณ์ข่าวน่าสนใจ

18956 รายการ
 รายการวันที่เผยแพร่
  ผู้นำสหรัฐฯสนับสนุนให้มีการกำหนดเขตปลอดภัยระหว่างตุรกีกับกองกำลังชาวเคิร์ดในซีเรีย
สนข.วีโอเอรายงานเมื่อ 14 ม.ค.62 ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทวีตข้อความเกี่ยวกับการเริ่มถอนกองกำลังสหรัฐฯ ออกจากซีเรียเมื่อ 13 ม.ค.62 โดยระบุว่า สหรัฐฯจะยังคงปราบปรามเครือข่าย Islamic State (IS) อย่างต่อเนื่อง และพร้อมจะโจมตีกลุ่มก่อการร้ายดังกล่าวอีก หากมีการรวมกลุ่มขึ้นมาใหม่ นอกจากนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์สนับสนุนให้มีการกำหนดเขตปลอดภัยขนาด 20 ไมล์ ระหว่างตุรกีกับกองกำลังชาวเคิร์ด พร้อมเตือนทั้งสองฝ่ายไม่ให้ใช้โอกาสที่สหรัฐฯถอนทหารออกจากพื้นที่ก่อเหตุโจมตีระหว่างกัน โดยเฉพาะตุรกี ที่ประธานาธิบดีทรัมป์ขู่จะทำลายเศรษฐกิจตุรกี หากมีการโจมตีกองกำลังชาวเคิร์ดในซีเรีย อนึ่ง สหรัฐฯเริ่มการถอนทหารออกจากซีเรีย ซึ่งมีกำหนดการเป็นระยะเวลา 4 เดือน ปัจจุบัน รมว.กต.สหรัฐฯ และ ทปษ.ด้านความมั่นคงของประธานาธิบดีสหรัฐฯ อยู่ในระหว่างการเยือน ตอ.กลางเพื่อทำให้พันธมิตรและหุ้นส่วนด้านความมั่นคงเชื่อมั่นในการดำเนินนโยบายของสหรัฐฯ
15/01/2562
  ศาลเกาหลีใต้สั่งเยียวยาผู้รอดชีวิตเหตุการณ์เรือเซวอลล่ม
สนข.เอเอฟพีรายงานเมื่อ 14 ม.ค.62 ว่า ศาลแขวงซูวอน ทางใต้ของกรุงโซล มีคำสั่งให้รัฐบาลเกาหลีใต้ และบริษัทชองแฮจิน มารีน จ่ายเงินค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้รอดชีวิตที่เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง รายละ 80 ล้านวอน (2,274,000 บาท) และแก่ญาติของผู้รอดชีวิตรายละตั้งแต่ 2 - 32 ล้านวอน (56,850 - 909,615 บาท) เนื่องจากผู้ที่รอดชีวิตต้องเผชิญความยากลำบากในการหนีออกจากเรือโดยไม่มีผู้แนะนำเส้นทางและได้รับความกระทบกระเทือนทางจิตใจขณะติดอยู่ในเรือ ทั้งนี้ เหตุการณ์เรือเซวอลล่มเกิดขึ้นเมื่อ 16 เม.ย.57 ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นเด็กนักเรียน ซึ่งเชื่อฟังคำสั่งครูและลูกเรือ ให้อยู่ภายในห้องโดยสารรอจนกว่าจะได้รับการช่วยเหลือ ขณะที่กัปตันและลูกเรือเป็นบุคคลกลุ่มแรกที่หนีออกจากเรือสร้างความโกรธเคืองให้กับประชาชนชาวเกาหลีใต้เป็นอย่างมาก ซึ่งก่อนหน้านี้ ศาลแขวงซูวอนมีคำพิพากษาให้จ่ายเงินเยียวยาแก่ครอบครัวของผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ไปแล้ว
15/01/2562
  นักวิเคราะห์เห็นว่าจีนจะได้รับผลเสียมากกว่าสหรัฐฯ หากการแก้ไขข้อพิพาททางการค้าไม่สำเร็จ
นสพ. South China Morning Post รายงานเมื่อ 14 ม.ค.62 อ้าง นาย John Woods นักวิเคราะห์บริษัท Credit Suisse ของสวิตเซอร์แลนด์ ว่า หากจีนและสหรัฐฯ ไม่สามารถเจรจาแก้ไขข้อพิพาทได้สำเร็จ จะเกิดผลเสียด้านเศรษฐกิจกับจีนมากกว่าสหรัฐฯ จีนจึงแสดงท่าทีชัดเจนว่าต้องการแก้ไขข้อพิพาทดังกล่าว ขณะที่ดัชนีตลาดหุ้น Shanghai Composite Index ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 1 หลังจากทางการจีนและสหรัฐฯ ต่างมีท่าทีเชิงบวกในการเจรจาแก้ไขข้อพิพาททางการค้าระหว่าง 7-9 ม.ค.62 ที่กรุงปักกิ่ง อย่างไรก็ดี นาย Woods เห็นว่าแม้ความตึงเครียดจะลดลง แต่ทั้ง 2 ฝ่ายยังไม่บรรลุข้อตกลงร่วมกันในการแก้ไขปัญหา และยังมีข้อพิพาทในกรณีอื่นคือประเด็นทะเลจีนใต้และเกาหลีเหนือ ขณะเดียวกัน จีน ก็ประสบปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัว โดย GDP เติบโตเพียงร้อยละ 6.5 ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2561 ซึ่งต่ำกว่าการประมาณการ และ Credit Suisse ประมาณการการเติบโตของ GDP จีน ในปี 2562 ไว้ที่ร้อยละ 6.2 ซึ่งจะต่ำที่สุดตั้งแต่ปี 2533 อาจทำให้รัฐบาลจีนต้องใช้มาตรการกระตุ้นเพื่อรักษาการเติบโตทางเศรษฐกิจในกรณีที่ความขัดแย้งกับสหรัฐฯ ยังยืดเยื้อ เช่น เพิ่มการลงทุนของภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ
15/01/2562
  รัฐบาลออสเตรเลียยังคงให้ความสำคัญกับการสกัดกั้นการลักลอบขนคนเข้าประเทศ
เว็บไซต์ SBS รายงานเมื่อ 14 ม.ค.62 อ้างถ้อยแถลงของนายสก็อตต์ มอร์ริสัน นรม.ออสเตรเลียที่ระบุว่า รัฐบาลออสเตรเลียจะยังคงให้ความสำคัญกับการใช้นโยบายปฏิบัติการอธิปไตยเขตแดน (Operation Sovereign Borders – OSB) เพื่อสกัดกั้นการลักลอบขนคนเข้าประเทศ เพราะถือเป็นนโยบายที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก โดยล่าสุด ตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย (AFP) แจ้งเตือนทางการมาเลเซียทำให้สามารถสกัดกั้นเรือลักลอบขนคนเข้าเมืองได้ เมื่อ 4 ม.ค.62 ก่อนที่เรือลำดังกล่าวจะนำผู้ลี้ภัยจำนวน 34 คน เข้ามายังออสเตรเลียหรือนิวซีแลนด์ นอกจากนี้ ปฏิบัติการดังกล่าวยังสามารถจับกุมสมาชิกของขบวนการลักลอบขนคนเข้าเมืองได้ 3 คน ทั้งนี้ เว็บไซต์ SBS ระบุว่า รัฐบาลออสเตรเลียดำเนินนโยบาย OSB ตั้งแต่ ก.ย. 56 ส่งผลให้ขัดขวางขบวนการลักลอบขนคนเข้าเมืองได้ 80 ขบวนการ ได้แก่ ในอินโดนีเซีย 53 ขบวนการ ศรีลังกา 15 ขบวนการ มาเลเซีย 11 ขบวนการ และปากีสถาน 1 ขบวนการ
15/01/2562
  ประธานาธิบดีจีนอาจเยือนเกาหลีเหนือในกลาง เม.ย.62
นสพ.South China Morning Post รายงานเมื่อ 14 ม.ค.62 โดยอ้างแหล่งข่าวด้านการต่างประเทศของรัฐสภาเกาหลีใต้ว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน อาจจะเยือนเกาหลีเหนืออย่างเป็นทางการครั้งแรกใน 15 เม.ย.62 ซึ่งเป็นวันสำคัญที่สุดตามปฏิทินของเกาหลีเหนือเนื่องจากเป็นวันคล้ายวันเกิดของนายคิม อิลซุง ผู้ก่อตั้งประเทศ สอดคล้องกับการให้สัมภาษณ์ของนาย Lee Hae-Chan อดีต นรม.เกาหลีใต้ที่ระบุว่า ประธานาธิบดีจีนอาจจะเยือนเกาหลีเหนือใน เม.ย.62 และเยือนเกาหลีใต้ต่อใน พ.ค.62 หลังจากที่ผู้นำเกาหลีเหนือและประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯพบหารือกันแล้ว ซึ่งคาดว่าจะมีขึ้นใน ก.พ.62 ทั้งนี้ แม้จะยังไม่มีรายงานถึงกำหนดการพบหารือระหว่างผู้นำเกาหลีเหนือกับสหรัฐฯ ที่แน่นอน แต่แหล่งข่าวของจีนอ้างว่าการพบหารือดังกล่าวจะจัดขึ้นที่เวียดนาม
15/01/2562
  รมต.มาเลเซียกับสิงคโปร์พบหารือกันหลังเกิดความขัดแย้งทางดินแดนอย่างต่อเนื่อง
สนข.หลายแห่งของทั้งฝ่ายมาเลเซียและสิงคโปร์รายงานเมื่อ 14 ม.ค.62 ว่า ดาโต๊ะ ซรี โมฮาเหม็ด อัซมิน รมว.กระทรวงกิจการเศรษฐกิจของมาเลเซีย ยังคงยืนยันเข้าพบหารือกับ รมต.กระทรวงสำคัญของสิงคโปร์ ระหว่างเยือนสิงคโปร์อย่างเป็นทางการเมื่อ 13-14 ม.ค.62 แม้ว่าการประชุม Joint Ministerial Committee for Iskandar Malaysia (JMCIM) ครั้งที่ 14 กับสิงคโปร์ ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์หลักของการเยือนครั้งนี้จะถูกเลื่อนออกไป ประกอบกับความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศยังคงตึงเครียดจากเหตุพิพาททางดินแดนหลายกรณี (โดยครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อ 9 ม.ค.62 ที่มุขมนตรีรัฐยะโฮร์ของมาเลเซียนำเรือเข้ามาในน่านน้ำที่สิงคโปร์อ้างกรรมสิทธิ์) นอกจากนี้ ดาโต๊ะ ซรี โมฮาเหม็ด อัซมิน ระบุใน facebook ส่วนตัวเมื่อ 13 ม.ค.62 หลังการพบหารือกับ ดร.วิเวียน บาลากริชนัน รมว.กต.ของสิงคโปร์ ว่า การหารือเป็นไปด้วยดี ทั้ง 2 ฝ่ายยืนยันจะรักษาความสัมพันธ์ฉันเพื่อนบ้านที่ดีต่อกัน ขณะที่ ดร.บาลากริชนันแถลงต่อรัฐสภาสิงคโปร์เมื่อ 14 ม.ค.62 โดยย้ำว่า ทั้งมาเลเซียและสิงคโปร์ต้องปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศและข้อตกลงต่าง ๆ ที่มีอยู่ สิงคโปร์ไม่คาดหวังว่าการคลี่คลายปัญหาข้อพิพาททางดินแดนกับมาเลเซียจะดำเนินไปอย่างรวดเร็วและราบรื่นนัก แต่จะพยายามใช้ความสุขุมและมีเหตุผลในการแก้ไขปัญหา
15/01/2562
  ผู้นำสหรัฐฯเสนอเวียดนามเป็นสถานที่จัดประชุมสุดยอดสหรัฐฯ – เกาหลีเหนือ ครั้งที่ 2
สนข.ยอนฮับของเกาหลีใต้รายงานเมื่อ 13 ม.ค.62 ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ เสนอให้เวียดนามเป็นสถานที่จัดประชุมสุดยอดสหรัฐฯ – เกาหลีเหนือ ครั้งที่ 2 ในช่วงกลาง ก.พ.62 ขณะที่เกาหลีเหนือ ยังไม่แสดงท่าทีใดๆ ต่อข้อเสนอดังกล่าว ทั้งนี้ การเจรจาเพื่อหาแนวทางการปลดอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือภายหลังการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์กับนายคิม จ็อง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือครั้งแรก ที่สิงคโปร์ เมื่อ มิ.ย. 61 ยังไม่คืบหน้า เนื่องจากเกาหลีเหนือต้องการให้สหรัฐฯผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตร ขณะที่สหรัฐฯยังคงมาตรการคว่ำบาตรต่อไปจนกว่าเกาหลีเหนือจะยุติโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์
14/01/2562
  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตอบโต้รายงานข่าวของวอชิงตันโพสต์
สนข.AFP รายงานเมื่อ 13 ม.ค.62 อ้างการให้สัมภาษณ์ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ทางโทรศัพท์กับสถานีฟ็อกนิวส์เมื่อ 12 ม.ค.62 ปฏิเสธรายงานข่าวของวอชิงตันโพสต์ที่ระบุว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ปิดบังรายละเอียดการสนทนากับประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ที่ได้พบปะกันหลายครั้งในห้วง 2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่ารายงานข่าวดังกล่าวเป็นเรื่องไร้สาระ และตนได้สนทนาในประเด็นต่างๆ เหมือนกับที่ประธานาธิบดีทุกคนกระทำกัน อาทิ เรื่องความมั่นคงของอิสราเอลและประเด็นอื่นอีกมากมาย โดยไม่ได้ปกปิดสิ่งใด และกล่าวเพิ่มเติมว่าการสอบสวนกรณีความสัมพันธ์ระหว่างทีมหาเสียงของตนกับรัสเซียก็ไม่พบว่า มีการสมรู้ร่วมคิดกันแต่อย่างใด พร้อมกับกล่าวโจมตีวอชิงตันโพสต์ว่าเป็นล็อบบี้ยิสต์ให้กับเว็บไซต์ Amazon ซึ่งเจ้าของคือมหาเศรษฐี Jeff Bezos
14/01/2562
  อียิปต์ขยายประกาศภาวะฉุกเฉินต่อไปอีก 3 เดือน
สนข.Xinhua รายงานเมื่อ 13 ม.ค.62 ว่ารัฐสภาอียิปต์ได้อนุมัติคำสั่งประธานาธิบดีให้ขยายภาวะฉุกเฉินต่อไปอีก 3 เดือน เพื่อให้กองทัพและตำรวจสามารถใช้มาตรการที่จำเป็นในการต่อต้านการก่อการร้ายและรักษาความมั่นคงของประเทศ โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 15 ม.ค.62 ทั้งนี้ อียิปต์ได้ประกาศภาวะฉุกเฉินมาตั้งแต่ เม.ย.60 จากเหตุการณ์ระเบิดที่โบสถ์ 2 แห่งในเมืองการ์บีย่าและอเล็กซานเดรีย ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 47 คนและได้รับบาดเจ็บประมาณ 120 คน ภายหลังเหตุการณ์ดังกล่าวอียิปต์ได้เผชิญกับการโจมตีจากกลุ่มก่อการร้ายต่อเนื่อง และส่วนใหญ่เป็นการก่อเหตุโดยกลุ่ม Sinai State group ที่มีฐานที่มั่นอยู่ในพื้นที่จังหวัด Sinai ทางภาคเหนือของประเทศ
14/01/2562
  อิสราเอลตรวจพบอุโมงค์ที่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ขุดข้ามพรมแดนจากเลบานอนทั้งหมดแล้ว
สนข.AFP รายงานเมื่อ 13 ม.ค.62 อ้างคำแถลงของโฆษกของกองทัพอิสราเอลว่า จากปฏิบัติการค้นหาอุโมงค์ที่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ขุดข้ามพรมแดนจากเลบานอนเพื่อใช้เป็นเส้นทางโจมตีอิสราเอลนั้น ได้พบอุโมงค์เพิ่มเติมอีก 1 แห่งที่เริ่มต้นจากหมู่บ้าน Ramyeh ในเลบานอนอยู่ห่างจากพรมแดนอิสราเอลประมาณ 800 เมตร และถูกขุดเข้ามาฝั่งอิสราเอลแล้ว 20 เมตรมีความลึก 55 เมตร ซึ่งเป็นอุโมงค์ลึกและยาวที่สุด โดยกองทัพเชื่อว่าสามารถค้นพบอุโมงค์ได้ครบทั้งหมดแล้ว ทั้งนี้ อิสราเอลได้เริ่มปฏิบัติการ “Northern Shield” ตั้งแต่ 4 ธ.ค.61 เพื่อค้นหาและทำลายอุโมงค์ของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่ใช้เดินทางเข้ามาสังหารพลเรือนและทหารของอิสราเอล รวมทั้งจับตัวเรียกเงินค่าไถ่และยึดครองดินแดนบางส่วนของอิสราเอล โดยอุโมงค์ที่ค้นพบล่าสุดเป็นอุโมงค์แห่งที่ 6 และอิสราเอลจะทำลายอุโมงค์ดังกล่าวในอีก 2 - 3 วัน
14/01/2562