รายงานสถานการณ์ข่าวน่าสนใจ

18956 รายการ
 รายการวันที่เผยแพร่
  จีนและลาวร่วมมือส่งตัวผู้ต้องสงสัยคดีหลอกลวงทางโทรคมนาคมและอินเทอร์เน็ตกลับจีน
สนข.Xinhua รายงานเมื่อ 11 ม.ค.62 อ้างการเปิดเผยของกระทรวงความมั่นคงสาธารณะของจีน ว่าจีนได้นำตัวผู้ต้องสงสัยในคดีหลอกลวงทางโทรคมนาคมและอินเทอร์เน็ตซึ่งเคลื่อนไหวในลาวทั้งสิ้น 191 คนกลับไปดำเนินคดีที่จีน โดย จนท.ตำรวจได้ลำเลียงผู้ต้องสงสัยโดยเที่ยวบินพิเศษ 2 ลำ หลังจาก จนท.ตร.จีนและลาวร่วมมือติดตามจับกลุ่มผู้กระทำความผิดซึ่งหลบหนีอยู่ในพื้นที่ของลาว ทั้งหมดเกี่ยวข้องกับคดีฉ้อโกงและหลอกลวงทางโทรคมนาคมและอินเทอร์เน็ตกว่า 800 คดีในหลายพื้นที่ของจีน มูลค่าความเสียหายประมาณ 8.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยผู้ต้องสงสัยใช้วิธีการติดต่อเหยื่อซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้ขายสินค้าออนไลน์ และหลอกเงินจากเหยื่อรายละประมาณ 5,000 – 30,000 หยวน
13/01/2562
  เกิดเหตุแก๊สระเบิดในกรุงปารีส ฝรั่งเศส
สนข.CNN รายงานเมื่อ 12 ม.ค.62 ว่าวันเดียวกัน เมื่อเวลาประมาณ 9.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) เกิดเหตุระเบิดบริเวณร้านขายขนมปัง ที่ถนน Trevise เขต 9 ในกรุงปารีส ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย แต่ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต ซึ่งภายหลังการเกิดเหตุ จนท.ดับเพลิงได้เข้าช่วยเหลือประชาชนที่ติดอยู่ภายในอาคาร พร้อมทั้งประกาศเตือนประชาชนห้ามเข้าใกล้ที่เกิดเหตุ ทั้งนี้ เบื้องต้น จนท.สันนิษฐานว่าสาเหตุเกิดจากแก๊สรั่ว จนทำให้เกิดระเบิดและมีเพลิงไหม้ตามมา
13/01/2562
  กห.อินโดนีเซียสั่งซื้อ ฮ.H225M เพิ่มเติม 8 ลำเพื่อเสริมศักยภาพ ทอ.
สนข.Xinhua รายงานเมื่อ 11 ม.ค.62 ว่า กห.อินโดนีเซียลงนามสั่งซื้อ ฮ.เอนกประสงค์รุ่น H225M (เดิมชื่อรุ่น EC725) จากบริษัท Airbus ผ่านบริษัท PT Dirgantara Indonesia (PTDI) จำนวน 8 ลำ เพื่อเสริมศักยภาพด้านการสู้รบ และเพิ่มประสิทธิภาพในปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัย โดยบริษัท PTDI จะทำการประกอบและติดตั้งอุปกรณ์สนับสนุนภารกิจในโรงงานของบริษัทที่ จ.บันดุง อินโดนีเซีย จากนั้นจะส่งมอบให้ ทอ.อินโดนีเซีย ทั้งนี้ จากคำสั่งซื้อครั้งนี้ทำให้ ทอ.อินโดนีเซียมี ฮ.รุ่นดังกล่าวรวมทั้งสิ้น 14 ลำ
13/01/2562
  ฟิลิปปินส์อาจไม่สั่งซื้ออาวุธจากสหรัฐฯอีกต่อไป
ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เต ของฟิลิปปินส์ เปิดเผยเมื่อ 10 ม.ค.62 ว่า ฟิลิปปินส์อาจไม่สั่งซื้ออาวุธจากสหรัฐฯอีกต่อไป หลังจากสหรัฐฯปฏิเสธการสั่งซื้ออาวุธของฟิลิปปินส์ เนื่องจากเห็นว่าฟิลิปปินส์อาจนำไปใช้ในภารกิจปราบปรามยาเสพติดด้วยวิธีรุนแรงซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน อย่างไรก็ตาม ยังมีความกังวลว่าการสั่งซื้ออาวุธจากรัสเซียและจีน อาจทำให้สหรัฐฯดำเนินมาตรการคว่ำบาตรฟิลิปปินส์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศ ฟิลิปปินส์จึงเลือกสั่งซื้ออาวุธจากพันธมิตรประเทศอื่น เช่น อิสราเอลและเกาหลีใต้ ขณะที่ พล.ต.เดลฟิน ลอเรนซานา รมว.กห.ฟิลิปปินส์ ระบุว่า กองทัพฟิลิปปินส์ยังมีแผนสั่งซื้อเฮลิคอปเตอร์ Black Hawk จำนวน 16 ลำ จากบริษัท Sikorsky ของสหรัฐฯ
12/01/2562
  EU เรียกร้องให้กองทัพเมียนมาขยายเขตยุติการสู้รบให้ครอบคลุมรัฐยะไข่
สนข.Reuters รายงานเมื่อ 11 ม.ค.62 อ้างแถลงการณ์ของ นาย Filip Lauwerysen หัวหน้าคณะผู้แทนสหภาพยุโรป (EU) ประจำเมียนมาเมื่อ 10 ม.ค.62 ว่า EU เรียกร้องให้ทุกฝ่ายยุติความรุนแรงในรัฐยะไข่โดยทันที และแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่ชนกลุ่มน้อยกองทัพอาระกัน (AA) บุกโจมตีจุดตรวจความมั่นคงของตำรวจตระเวนชายแดนเมียนมา 4 แห่ง เมื่อ 4 ม.ค.62 จนทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายราย นอกจากนี้ EU ยังต้องการให้ขยายเวลาข้อตกลงหยุดยิงฝ่ายเดียวของกองทัพเมียนมาในพื้นที่ทางตอนเหนือและตะวันออกของเมียนมาเป็นเวลา 4 เดือน และให้ครอบคลุมถึงรัฐยะไข่
12/01/2562
  ประธานาธิบดีสหรัฐฯขู่จะประกาศภาวะฉุกเฉินเพื่อเปิดทางสร้างกำแพงกั้นชายแดนสหรัฐฯ-เม็กซิโก
สนข.Reuters รายงานคำกล่าวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เมื่อ 11 ม.ค.62 ขณะตรวจสอบมาตรการรักษาความปลอดภัยตามแนวพรมแดนในรัฐเท็กซัสตามมาตรการสกัดกั้นผู้อพยพจากประเทศแถบอเมริกากลางว่า ตนอาจประกาศภาวะฉุกเฉินหากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเรื่องงบประมาณสร้างกำแพงกั้นชายแดนสหรัฐฯ-เม็กซิโกกับฝ่ายนิติบัญญัติ พร้อมอ้างว่าตนมีสิทธิอันชอบธรรมที่จะประกาศภาวะฉุกเฉิน อีกทั้งระบุว่าสหรัฐฯ มีงบประมาณทางทหารมากพอที่จะจัดสรรไปสร้างกำแพงได้ ขณะเดียวกันองค์กรสิทธิมนุษยชนในรัฐเท็กซัสได้รวมตัวประท้วงต่อต้านการสร้างกำแพงและนโยบายกีดกันผู้อพยพ
12/01/2562
  หญิงสาวชาวซาอุดีอาระเบียที่ถูกกักตัวไว้ที่สนามบินสุวรรณภูมิได้รับอนุญาตให้ลี้ภัยในแคนาดา
สนข.Reuters รายงานเมื่อ 12 ม.ค.62 ว่า นรม.จัสติน ทรูโด ของแคนาดา ยินดีให้ น.ส.Rahaf Mohammed Alqunun อายุ 18 ปี สัญชาติซาอุดีอาระเบีย ซึ่งถูกกักตัวไว้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ให้สามารถลี้ภัยในแคนาดาตามคำขอของ สนง.ข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) โดย น.ส.Alqunun ออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิไปยังเกาหลีใต้ เมื่อคืนวันที่ 11 ม.ค.62 และคาดว่าจะเดินทางถึงแคนาดาใน 12 ม.ค.62
12/01/2562
  นรม.ไต้หวันประกาศลาออกพร้อมคณะรัฐมนตรี
นสพ.Taiwan News รายงานเมื่อ 10 ม.ค.62 ว่า นรม.ไล่ ชิงเต๋อ ของไต้หวัน แถลงต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติเมื่อวันเดียวกันว่า ตนและคณะรัฐมนตรีไต้หวันทั้งคณะเตรียมลาออกอย่างเป็นทางการใน 11 ม.ค.62 เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อกรณีพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (Democratic Progressive Party-DPP) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล พ่ายแพ้การเลือกตั้งท้องถิ่นเมื่อ พ.ย.61 การประกาศลาออกของคณะรัฐมนตรีไต้หวัน มีขึ้นหลังสภานิติบัญญัติไต้หวันได้อนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2562 ในวันเดียวกัน ต่อมาเมื่อ 11 ม.ค.62 ประธานาธิบดีไต้หวัน ได้แต่งตั้งนายซู เจิ้งชาง อดีต นรม.ไต้หวัน (ระหว่าง ม.ค.49-พ.ค.50) เข้ารับตำแหน่ง นรม.อีกครั้ง เนื่องจากนายซูเป็นบุคคลที่ได้รับความนิยมจากชาวไต้หวัน
12/01/2562
  ลาวกำลังขาดแคลนแรงงานในภาคอุตสาหกรรมเสื้อผ้าอย่างมาก
สนข.RFA รายงานอ้างข้อมูลจากผู้แทนสมาคมภาคอุตสาหกรรมเสื้อผ้าของลาว เมื่อ 10 ม.ค.62 ว่าโรงงานส่วนใหญ่กำลังเผชิญการขาดแคลนแรงงานอย่างมาก โดยห้วง 3 ปีที่ผ่านมามีโรงงานเสื้อผ้าต้องปิดกิจการไปแล้ว 15 แห่ง ซึ่งปัญหาสำคัญส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการขาดแคลนแรงงาน เนื่องจากผู้ใช้แรงงานชาวลาวต้องการไปใช้แรงงานในไทย เพราะสามารถแสวงหาโอกาสและอาจได้รับค่าแรงที่สูงกว่าลาวถึง 2 เท่า (ค่าแรงในลาวเดือนละ 120 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 4,000 บาท) อีกทั้งค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตที่ไทยยังต่ำกว่าด้วย ทั้งนี้ จากการสำรวจโรงงานเสื้อผ้าในกรุงเวียงจันทน์ พบว่ามีความต้องการแรงงานในภาคอุตสาหกรรมเสื้อผ้าเพิ่มอีกประมาณ 10,000 คน แม้ว่าโรงงานเสื้อผ้าจะพยายามแก้ไขปัญหาด้วยการชักชวนแรงงานจากพื้นที่ชนบท แต่ภายหลังทำงานได้ 2-3 ปี ส่วนใหญ่ก็มักจะอพยพไปหางานทำต่อในไทย
12/01/2562
  รมว.มท.กัมพูชาเยือนเวียดนามเพื่อหารือความร่วมมือพัฒนาพื้นที่ตามแนวชายแดน
นสพ.Phnom Penh Post รายงานเมื่อ 11 ม.ค.62 ว่า นายซอ เค็ง รมว.มท.กัมพูชา เยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการในห้วง 9-13 ม.ค.62 ที่นครโฮจิมินห์ เพื่อร่วมการประชุม จนท.ระดับสูงระหว่างสองประเทศ โดยให้ความสำคัญประเด็นการพัฒนาพื้นที่ชายแดนและความร่วมมือด้านต่าง ๆ ตลอดจนการยกระดับด่านตรวจชายแดน 2 แห่งของกัมพูชา (ด่าน Meun Chey-Teun Namใน จ.ไปรเวง และด่าน Bos Mon-Phuc Teun ใน จ.สวายเรียง) ให้เป็นจุดตรวจชายแดนระหว่างประเทศ รวมถึงการเร่งปักปันเขตแดนกัมพูชา-เวียดนามที่ยังคงเหลือประมาณร้อยละ 16 ของแนวชายแดนระยะทาง 1,270 กม. เพื่อให้เป็นไปตามข้อตกลงของผู้นำทั้งสองประเทศเมื่อ ธ.ค.61 นอกจากนี้ ทั้งสองประเทศยังตกลงสร้างถนนและสะพานข้ามชายแดนหลายแห่ง พร้อมกับกำหนดแนวทางเพื่อบรรลุเป้าหมายการเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านความร่วมมือทางเกษตรกรรม ป่าไม้ และประมง
12/01/2562