รายงานสถานการณ์ข่าวน่าสนใจ

20266 รายการ
 รายการวันที่เผยแพร่
  การค้าต่างประเทศของจีนขยายตัวร้อยละ 4.1 ในช่วง ม.ค.-พ.ค.62
สนข.ซินหัวรายงานอ้างศุลกากรจีนเมื่อ 10 มิ.ย.62 ว่า การค้าต่างประเทศของจีนช่วง ม.ค.–พ.ค.62 ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.1 มูลค่า 12.1 ล้านล้านหยวน (1.76 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยการส่งออกขยายตัวร้อยละ 6.1 ส่วนการนำเข้าขยายตัวร้อยละ 1.8 การเกินดุลการค้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 45 ส่วนสหภาพยุโรปยังคงเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของจีนด้วยปริมาณการค้าที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.7 มูลค่า 1.9 ล้านล้านหยวน รองลงมาคือ อาเซียนที่ปริมาณการค้าเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 9.4 มูลค่า 1.63 ล้านล้านหยวน แต่กับสหรัฐฯ ปริมาณการค้าลดลงร้อยละ 9.6 มูลค่า 1.42 ล้านล้านหยวน ส่วนการค้ากับประเทศในกรอบ Belt and Road Initiative มีมูลค่ารวม 3.49 ล้านล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 9 คิดเป็นร้อยละ 28.8 ของการค้าต่างประเทศทั้งหมดของจีน ทั้งนี้ สินค้าส่งออกสำคัญของจีน ได้แก่ เครื่องจักร และเครื่องใช้ไฟฟ้า รวมทั้งสินค้าที่ใช้แรงงาน อาทิ สิ่งทอ และเฟอร์นิเจอร์ ส่วนสินค้านำเข้าที่สำคัญ ได้แก่ น้ำมันดิบ และก๊าซธรรมชาติที่มีแนวโน้มจะนำเข้าเพิ่มขึ้น ขณะที่การนำเข้าถั่วเหลืองลดลง
11/06/2562
  เกิดเหตุปะทะระหว่างตำรวจกับผู้ชุมนุมประท้วงต่อต้านกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนในฮ่องกง
สนข.ต่างประเทศหลายสำนัก รายงานเมื่อ 10 มิ.ย.62 ว่าเกิดเหตุปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจกับผู้ชุมนุมประท้วงต่อต้านกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนในฮ่องกง ห้วงกลางดึกของ 9 มิ.ย.62 หลังจากชาวฮ่องกงหลายแสนคนซึ่งรวมตัวกันที่ Victoria Park ตั้งแต่ 15.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) ในวันเดียวกัน เดินขบวนไปชุมนุมหน้าที่ทำการสภานิติบัญญัติฮ่องกง เพื่อกดดันไม่ให้มีการรับรองร่างแก้ไขกฎหมายดังกล่าวและเรียกร้องให้นางแคร์รี่ ลัม หน.ผู้บริหารเขตบริหารพิเศษฮ่องกงลาออกจากตำแหน่ง โดยเหตุปะทะเกิดขึ้นเนื่องจากผู้ชุมนุมประท้วงจำนวนหนึ่งพยายามฝ่าแนวกั้นของเจ้าหน้าที่เข้าไปในอาคารที่ทำการสภานิติบัญญัติ ส่งผลให้ผู้ชุมนุม 7 คน ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัว และผู้ชุมนุมรวมถึงตำรวจได้รับบาดเจ็บหลายราย ทั้งนี้ ทางการฮ่องกงซึ่งส่งตำรวจปราบจลาจลจำนวน 2,000 คนเข้าควบคุมการชุมนุม ประกาศว่าสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้แล้ว โดยประเมินว่ามีผู้เข้าร่วมชุมนุม 240,000 คน แต่แกนนำผู้ชุมนุมอ้างว่ามีผู้เข้าร่วมชุมนุมประมาณ 1 ล้านคน อย่างไรก็ดี นางแคร์รี่ ลัม แถลงเมื่อ 10 มิ.ย.62 ว่า สภานิติบัญญัติฮ่องกงจะเดินหน้าการพิจารณาร่างแก้ไขกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดน ตามกำหนดเดิมใน 12 มิ.ย.62 ทำให้มีการคาดการณ์ว่าการชุมนุมประท้วงอาจยืดเยื้อ
11/06/2562
  ฟิลิปปินส์อาจพิจารณาสั่งซื้ออาวุธจากสหรัฐฯ
ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เต ของฟิลิปปินส์เปิดเผยเมื่อ 9 มิ.ย.62 ว่า ฟิลิปปินส์อาจพิจารณาซื้ออาวุธจากสหรัฐฯ หลังจากสหรัฐฯ มีนโยบายการขายอาวุธใหม่ (Conventional Arms Transfer-CAT) ของสหรัฐฯ เมื่อปี 2561 ซึ่งระบุว่าการขายอาวุธจะต้องส่งเสริมผลประโยชน์ด้านความมั่นคงตามยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ โดยสหรัฐฯให้ความสำคัญกับการขายอาวุธแก่พันธมิตรและหุ้นส่วนด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ เป็นอันดับแรก อย่างไรก็ดี ฟิลิปปินส์จะไม่ยกเลิกข้อตกลงสั่งซื้ออาวุธจากรัสเซียและจีน ซึ่งฟิลิปปินส์ดำเนินการในช่วงที่สหรัฐฯ ปฏิเสธการขายอาวุธให้ฟิลิปปินส์ นอกจากนี้ ประธานาธิบดีดูเตอร์เตระบุด้วยว่า ฟิลิปปินส์พร้อมให้ความร่วมมือกับสหรัฐฯ เกี่ยวกับนโยบายตรวจคนเข้าเมือง เพราะที่ผ่านมาสหรัฐฯ ให้ความช่วยเหลือฟิลิปปินส์ แต่ฟิลิปปินส์จะไม่ร่วมทำสงครามกับประเทศใดเพื่อต่อต้านจีน เนื่องจากจีนเป็นมิตรประเทศที่ดีของฟิลิปปินส์ อนึ่ง ก่อนหน้านี้เมื่อปี 2559 สหรัฐฯปฏิเสธการขายอาวุธให้ฟิลิปปินส์ เพราะเห็นว่าฟิลิปปินส์อาจนำไปใช้ในภารกิจปราบปรามยาเสพติดด้วยวิธีรุนแรงซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน
11/06/2562
  เวียดนามจะใช้มาตรการลงโทษขั้นรุนแรงกับผู้นำเข้าสินค้าที่ผลิตในจีนแต่ปลอมแปลงฉลากเป็น "ผลิตในเวียดนาม”
สำนักงานศุลกากรเวียดนามออกแถลงการณ์เมื่อ 10 มิ.ย.62 ว่า ทางการเวียดนามจะใช้มาตรการลงโทษขั้นรุนแรงกับผู้นำเข้าสินค้าที่ผลิตในจีน แต่นำมาปลอมแปลงฉลากหรือเปลี่ยนแปลงบรรจุภัณฑ์สินค้าจาก "ผลิตในจีน" เป็น "ผลิตในเวียดนาม" จากนั้นจึงยื่นขอใบรับรองสินค้าจากเวียดนามก่อนส่งออกไปสหรัฐฯ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกเก็บภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯ รวมทั้งส่งออกไปยุโรป และญี่ปุ่น โดยพบการปลอมแปลงดังกล่าวในสินค้าประเภทสิ่งทอ อาหารทะเล ผลิตภัณฑ์ทางเกษตร กระเบื้อง น้ำผึ้ง เหล็กและโลหะ อะลูมิเนียม และผลิตภัณฑ์จากไม้ ทั้งนี้ การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน เมื่อห้วง พ.ค.62 ประสบความล้มเหลว โดยทั้งสองฝ่ายไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติการตอบโต้ทางการค้าระหว่างกัน ส่งผลให้สหรัฐฯ เพิ่มการเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนซึ่งเดิมอยู่ที่ร้อยละ 10 เป็นร้อยละ 25 ขณะที่จีนตอบโต้ด้วยการเพิ่มการเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ ในระดับเดียวกัน โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 มิ.ย.62
11/06/2562
  เวียดนามขอบคุณที่สมาชิก UN สนับสนุนให้เป็นสมาชิกไม่ถาวรของ UNSC
สนข.Reuters และ AP รายงานเมื่อ 10 มิ.ย.62 ว่า นายเหวียน ฝู จ่อง เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์และประธานาธิบดีเวียดนามส่งสารถึงที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (United Nations-UN) ในโอกาสที่เวียดนามได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งสมาชิกไม่ถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UN Security Council-UNSC) ในโควตาของกลุ่มประเทศเอเชีย-แปซิฟิก ด้วยคะแนน 192 เสียง เมื่อ 7 มิ.ย.62 โดยจะเข้ารับตำแหน่งต่อจากคูเวตซึ่งจะหมดวาระในมกราคม 2563 (มีวาระ 2 ปี) โดยนายเหวียน ฝู จ่อง ยืนยันว่าเวียดนามเป็นหุ้นส่วนที่น่าเชื่อถือเพื่อสันติภาพอย่างยั่งยืน พร้อมขอบคุณประเทศสมาชิก UN ที่ให้การสนับสนุนและลงคะแนนเลือกเวียดนามให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว ซึ่งถือเป็นการรับรองของประชาคมโลกต่อบทบาทและการมีส่วนร่วมของเวียดนามในภูมิภาคและโลก รวมทั้งแสดงให้เห็นถึงการยกระดับสถานะของเวียดนามในเวทีโลก อนึ่ง เวียดนามเคยรับตำแหน่งสมาชิกไม่ถาวรของ UNSC ครั้งแรกระหว่างปี 2551-2552
11/06/2562
  อิหร่านปิดภัตตาคารและร้านเครื่องดื่มจำนวน 547 แห่ง ในกรุงเตหะรานในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเทศกาลรอมฎอน
สถานีวิทยุโทรทัศน์ deutsch welle แห่งเยอรมนี รายงานโดยอ้างแถลงการณ์ของนาย Hossein Rahami ผู้บังคับการตำรวจแห่งกรุงเตหะราน เมื่อ 9 มิ.ย.62 ว่า ตำรวจอิหร่านได้ทำการปิดภัตตาคารและร้านเครื่องดื่มที่ไม่ปฏิบัติตามหลักการของศาสนาอิสลามจำนวน 547 แห่ง และจับกุมผู้กระทำผิดจำนวน 11 คน โดย สนข.Fars รายงานว่า สาเหตุของการปิดธุรกิจดังกล่าวประกอบไปด้วยการทำการตลาดออนไลน์ในรูปแบบใหม่ การเล่นดนตรีที่ผิดกฎหมาย และบริการที่เกี่ยวข้องกับสิ่งมึนเมา ซึ่งในหลายปีที่ผ่านมามีภัตตาคารและร้านเครื่องดื่มจำนวนกว่า 1,000 แห่ง ที่มีการเล่นดนตรีแนวตะวันตก และลูกค้าผู้หญิงไม่สวมใส่ผ้าคลุมศีรษะเกิดขึ้นในกรุงเตหะราน ซึ่งผู้กระทำผิดดังกล่าวจะถูกจับและมีโทษปรับ นอกจากนี้ มีภัตตาคาร 305 แห่ง ถูกปิดในเมือง Isfahan ซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นลำดับที่ 3 ในอิหร่านเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ ในช่วงเทศกาลรอมฎอนยังมีภัตตาคารบางแห่งเปิดกิจการในช่วงเวลาถือศีลอดและจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ซึ่งเป็นการกระทำต้องห้ามในอิหร่าน
10/06/2562
  นายกรัฐมนตรีอินเดียเดินทางเยือนศรีลังกาตามนโยบาย neighborhood-first เพื่อลดทอนอิทธิพลของจีน
สถานีวิทยุโทรทัศน์ deutsch welle แห่งเยอรมนี รายงานเมื่อ 9 มิ.ย.62 ว่า นายนเรนทรา โมดิ นรม.อินเดียเดินทางถึงศรีลังกาในวันเดียวกันหลังเสร็จสิ้นการเยือนมัลดีฟส์ ซึ่งการเดินทางเยือนต่างประเทศดังกล่าว เป็นการเยือนประเทศเพื่อนบ้านครั้งแรกหลังจากนายโมดิชนะการเลือกตั้งและดำรงตำแหน่ง นรม. เป็นสมัยที่ 2 เมื่อ พ.ค.62 ทั้งนี้ จนท.ระดับสูงของ กต.อินเดีย กล่าวว่า การเยือนมัลดีฟส์และศรีลังกาของนายโมดิเป็นการเน้นย้ำนโยบาย neighborhood-first ของอินเดีย ขณะที่อินเดียกังวลต่อการขยายอิทธิพลของจีนทั้งในมัลดีฟส์และศรีลังกาซึ่งมีสถานการณ์ทางการเมืองที่ไม่มั่นคงและมีการแบ่งขั้วการสนับสนุนอินเดียและจีนในรัฐบาลของทั้งสองประเทศ นอกจากนี้ ในระหว่างเยือนมัลดีฟส์นายโมดิยังรับจะสนับสนุนการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และต่อต้านการก่อการร้ายของมัลดีฟส์ ส่วนการเยือนศรีลังกาจะหารือปัญหาการก่อการร้ายกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในศรีลังกา หลังเหตุการณ์โจมตีโบสถ์คริสต์เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 240 ราย เมื่อ เม.ย.62
10/06/2562
  มาเลเซียอยู่ระหว่างการกำหนดแผนการบังคับใช้กฎหมายต่อผู้หลบหนีเข้าเมือง
สนข.Bernama รายงานโดยอ้างถ้อยแถลงของ Tan Sri Muhyiddin Yassin รมว.กระทรวงความมั่นคงภายในมาเลเซีย เมื่อ 9 มิ.ย.62 ว่า มาเลเซียอยู่ระหว่างการกำหนดแผนการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับผู้หลบหนีเข้าเมืองให้ครอบคลุมต่อการกำกับดูแลและปรับปรุงระบบการบังคับใช้กฎหมายปัจจุบันต่อผู้หลบหนีเข้ามาเลเซียให้ดียิ่งขึ้น โดยแผนดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการอยู่อาศัยของผู้หลบหนีเข้าเมือง ด้วยการเพิ่มขีดความสามารถของหน่วยบังคับใช้กฎหมายและหน่วยงานที่มีอำนาจกำกับดูแล รวมถึงการเสริมสร้างความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างกระทรวงและหน่วยงานภายในที่เกี่ยวข้องและสร้างความตระหนักรู้ของสาธารณะ ทั้งนี้ คาดว่าแผนดังกล่าวจะสามารถนำมาปฏิบัติได้ภายใน 5 ปี โดยประกอบไปด้วยยุทธศาสตร์หลัก 5 ข้อ ได้แก่ 1) การบังคับใช้กฎหมายทั่วมาเลเซีย 2) การออกกฎหมายและนโยบายที่เกี่ยวข้อง 3) การควบคุมและเฝ้าระวังพื้นที่ชายแดน 4) การมีนโยบายควบคุมชาวต่างชาติ และ 5) การประชาสัมพันธ์และเพิ่มความตระหนักถึงปัญหาการหลบหนีเข้าเมือง
10/06/2562
  บริษัท Huawei ของจีนให้ความสำคัญกับตลาดในแอฟริกามากขึ้น
เว็บไซต์ The Straits Times รายงานเมื่อ 9 มิ.ย.62 ว่า บริษัท Huawei ของจีนให้ความสำคัญต่อการดำเนินการของบริษัทในแอฟริกามากขึ้นซึ่งเป็นพื้นที่ที่บริษัท Huawei มีฐานธุรกิจที่มั่นคง หลังจากที่บริษัท Huawei ถูกสหรัฐฯ และชาติตะวันตกสกัดกั้นจากข้อห่วงกังวลเกี่ยวกับความมั่นคงทำให้บริษัท Huawei กลายเป็นปัจจัยสำคัญของความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับจีนในปัจจุบัน อย่างไรก็ดี ในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมาบริษัท Huawei ลงนามข้อตกลงความร่วมมือกับสหภาพแอฟริกา (African Union) ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็นแนวทางที่บริษัท Huawei พยายามแสดงให้เห็นว่า บริษัท Huawei ยังมีบทบาทในแอฟริกาและต้องการคงความเป็นบริษัทโทรคมนาคมที่สำคัญในแอฟริกา ทั้งนี้ บริษัท Huawei ขยายเข้าไปในแอฟริกานับตั้งแต่การเริ่มดำเนินกิจการในเคนยาเมื่อปี 2541 โดยในปัจจุบันบริษัท Huawei ดำเนินกิจการใน 40 ประเทศในแอฟริกา ครอบคลุมทั้งการขายโทรศัพท์สมาร์ทโฟน การวางเครือข่ายอินเทอร์เน็ต การฝึกอบรมเกี่ยวกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ต 5G การสร้างศูนย์ข้อมูล และการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับเมืองอัจฉริยะ เป็นต้น
10/06/2562
  ชาวฮ่องกงชุมนุมประท้วงต่อต้านกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดน
สนข.CNN, The Strait Times รายงานเมื่อ 9 มิ.ย.62 ว่า ในวันเดียวกันชาวฮ่องกงหลายหมื่นคนรวมตัวประท้วงตามถนนสายต่างๆ เพื่อคัดค้านกฎหมายว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดนที่จะทำให้จีนสามารถขอให้ฮ่องกงจับกุมและส่งตัวผู้ร้ายกลับไปดำเนินคดีในจีนได้ นักวิจารณ์หลายคนกังวลว่า กฎหมายดังกล่าวจะทำให้ประชาชนในฮ่องกงเสี่ยงถูกจับกุมด้วยเหตุผลทางการเมือง หรือความผิดทางธุรกิจโดยไม่มีเจตนา และจะส่งผลเสียต่อหลักการเขตกึ่งปกครองตนเองของฮ่องกง (semi-autonomous legal system) ซึ่งทำให้ภาคธุรกิจของฮ่องกงออกมาต่อต้านกฎหมายดังกล่าว ขณะที่สหรัฐฯ และสหภาพยุโรปก็วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลฮ่องกงในประเด็นนี้เช่นกัน ทั้งนี้ ผู้จัดการชุมนุมหวังว่าจะมีผู้ออกมาชุมนุมเพิ่มถึงหลายแสนคน ขณะที่รัฐบาลฮ่องกงพยายามชี้แจงว่า กฎหมายฉบับนี้มีขึ้นเพื่อลดช่องว่างของกฎหมายในปัจจุบัน โดยจะทำให้รัฐบาลฮ่องกงสามารถพิจารณาคดีแต่ละคดีได้ว่าควรจะส่งผู้ร้ายไปยังพื้นที่ที่ฮ่องกงไม่มีข้อตกลงส่งผู้ร้ายข้ามแดนอย่างเป็นทางการหรือไม่ อาทิ ไต้หวัน มาเก๊า และจีน
10/06/2562