ประธานาธิบดีอะห์มัด อัชชะระอ์ ของซีเรีย พบหารือกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ที่กรุงริยาด ซาอุดีอาระเบีย เมื่อ 14 พ.ค.68 โดยเป็นการพบกันอย่างเป็นทางการระหว่างผู้นำซีเรียกับสหรัฐฯ ครั้งแรกในรอบ 25 ปี และเป็นการพบกันหลังจากที่ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศยกเลิกมาตรคว่ำบาตรซีเรีย ทั้งนี้ เจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน (MbS) มกุฎราชกุมารและ นรม.ซาอุดีอาระเบีย และประธานาธิบดีเรเจป ไตยิป แอร์โดอัน ของตุรกี เข้าร่วมการหารือครั้งนี้ด้วย (ประธานาธิบดีตุรกีเข้าร่วมทางโทรศัพท์) ขณะเดียวกัน สื่อมวลชนหลายสำนักรายงานว่า ประธานาธิบดีทรัมป์เสนอข้อเรียกร้องระหว่างการหารือต่อประธานาธิบดีอัชชะระอ์ ดังนี้ 1) ให้ซีเรียเข้าร่วม Abraham Accords ด้วยการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิสราเอล 2) ขับไล่นักรบต่างชาติและผู้ก่อการร้ายชาวปาเลสไตน์ออกจากซีเรีย 3) ป้องกันไม่ให้กลุ่ม Islamic State (IS) กลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง รวมถึงให้รัฐบาลซีเรียเข้าควบคุมเรือนจำนักโทษ IS บริเวณ ตอ.น.ของประเทศ อนึ่ง ประธานาธิบดีทรัมป์คาดหวังให้ซีเรียเข้าร่วม Abraham Accords หลังจากที่ซีเรียกลับมามีเสถียรภาพแล้ว ซึ่งประธานาธิบดีทรัมป์อ้างว่าประธานาธิบดีอัชชะระอ์ตอบรับในเชิงบวก ขณะที่ มีรายงานว่า นรม.เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล เรียกร้องให้สหรัฐฯ คงมาตรการคว่ำบาตรซีเรียต่อไปและหลีกเลี่ยงการสนับสนุนให้ซีเรียมีเสถียรภาพ เนื่องจากกังวลว่าอาจนำไปสู่การเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเช่นเดียวกับเหตุโจมตีอิสราเอลครั้งใหญ่ของกลุ่มฮะมาสเมื่อ 7 ต.ค.66