Nikkei Asia เผยแพร่บทความระบุ สื่อสังคมออนไลน์กลายเป็นอีกหนึ่งแนวรบของข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา แม้ไทยและกัมพูชาจะบรรลุข้อตกลงหยุดยิงแต่การโจมตีทางออนไลน์ที่ก่อให้เกิดความเกลียดชังระหว่างผู้ใช้อินเทอร์เน็ตของทั้งสองประเทศนั้นยุติได้ยาก และจะทิ้งบาดแผลไปยาวนาน ท่ามกลางกระแสชาตินิยมที่รุนแรงขึ้น โดยการเคลื่อนไหวทางออนไลน์เพิ่มขึ้นทันทีหลังจากเกิดการปะทะกันของทหารไทยและกัมพูชา มีการแสดงความเห็นผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ ทั้ง Facebook TikTok X Telegram Truth Social รวมถึงในเกม Roblox การใช้แฮชแท็ก การใช้ถ้อยคำแสดงความเกลียดชังจนถึงขั้นกล่าวหาว่าอีกฝ่ายฆ่าคนของตนเอง โดยมีการสร้างเนื้อหาภาษาอังกฤษเพื่อสื่อสารกับต่างประเทศ ตลอดจนความพยายามแก้ไขแผนที่ชายแดนบน Google Maps นอกจากนี้ ยังมีการสร้างบัญชีปลอม สร้างข่าวปลอม การโจมตีทางไซเบอร์ของกลุ่มแฮ็กเกอร์จากทั้งสองประเทศ โดยยังไม่ชัดเจนว่ารัฐบาลทั้งสองประเทศมีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจมตีทางออนไลน์หรือไม่ และในขณะที่การถกเถียงออนไลน์ดำเนินไปยังไม่มีความเคลื่อนไหวจาก Meta ที่เป็นผู้ให้บริการ Facebook และ Instagram ซึ่งถูกประณามมานานเกี่ยวกับการเผยแพร่และส่งเสริมถ้อยคำแสดงความเกลียดชังทางออนไลน์