สนข. Xinhua รายงานเมื่อ 4 ส.ค.68 ว่าในวันเดียวกันนี้ สภาการค้าต่างประเทศ (Chamber of Foreign Trade) ของบราซิล อนุมัติข้อเสนอให้รัฐบาลบราซิลยื่นขอคำขอเจรจาระงับข้อพิพาททางการค้ากับสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการภายใต้กรอบองค์การการค้าโลก (World Trade Organization-WTO) เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและแก้ไขข้อพิพาทกรณีสหรัฐฯ ประกาศจะบังคับใช้มาตรการเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากบราซิล ในอัตราร้อยละ 50 ตั้งแต่ 6 ส.ค.68 ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าของบราซิลหลายประเภท เช่น กาแฟ เนื้อวัว และปิโตรเคมี ครอบคลุมร้อยละ 35–60 ของการส่งออกสินค้าบราซิลไปสหรัฐฯ อย่างไรก็ดี ยังไม่มีการยืนยันห้วงเวลายื่นคำขอดังกล่าวไปยัง WTO อย่างเป็นทางการ เนื่องจากต้องผ่านการพิจารณาและอนุมัติจากประธานาธิบดีลูลา ดา ซิลวา ของบราซิล เพื่อส่งคำขอเป็นขั้นตอนสุดท้ายทั้งนี้ สภาการค้าต่างประเทศบราซิล มีหน้าที่กำหนดนโยบายการค้าระหว่างประเทศของบราซิล เป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการพัฒนา อุตสาหกรรม การค้า และบริการของบราซิล ขณะที่ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของบราซิล มีขึ้นหลังจากประธานาธิบดีลูลา ของบราซิล ระบุเมื่อ 3 ส.ค.68 ว่ารัฐบาลบราซิลจะยังคงเปิดกว้างสำหรับการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ หากการเจรจาอยู่บนพื้นฐานการเป็นหุ้นส่วนที่เท่าเทียมกัน และนายแฟร์นังดู ฮัดดัด รมว.กค.บราซิล มีแผนจะพบหารือกับ รมว.กค.สหรัฐฯ ในประเด็นภาษีและมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ต่อผู้พิพากษาศาลฎีกาบราซิล ซึ่งอาจนำไปสู่แนวทางคลี่คลายความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสองประเทศ