สนข.AP รายงานเมื่อ 6 ส.ค.68 ว่าองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) จะเริ่มประสานการจัดส่งอาวุธยุทโธปกรณ์ให้ยูเครนอย่างต่อเนื่อง โดยส่วนใหญ่เป็นอาวุธที่ซื้อจากสหรัฐฯ เพื่อตอบสนองความต้องการเร่งด่วนในสนามรบของยูเครนและท่ามกลางการรุกคืบอย่างต่อเนื่องของกองทัพรัสเซีย โดยเนเธอร์แลนด์ได้ให้คำมั่นจะส่งมอบระบบป้องกันภัยทางอากาศและกระสุนมูลค่า 578 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อ 4 ส.ค.68 ขณะที่สวีเดน เดนมาร์ก และนอร์เวย์จะร่วมกันให้ความช่วยเหลือมูลค่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งรวมถึงอาวุธต่อต้านรถถัง กระสุน และอะไหล่ โดยคาดว่าจะมีการส่งมอบ 2 ล็อตภายใน ส.ค.68 และชุดช่วยเหลือจากกลุ่มนอร์ดิกจะทยอยถึงใน ก.ย.68 ทั้งนี้ ระบบป้องกันภัยทางอากาศยังคงเป็นสิ่งจำเป็นที่สุด เนื่องจากการโจมตีของรัสเซียในพื้นที่พลเรือนทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 12,000 คน และกองทัพรัสเซียกำลังพยายามรุกยึดเมือง Pokrovsk ของยูเครน ซึ่งเป็นศูนย์กลางยุทธศาสตร์สำคัญ อย่างไรก็ตาม NATO ในฐานะองค์กรยังคงจำกัดบทบาทไว้ที่การให้ความช่วยเหลือที่ไม่ใช่อาวุธ เช่น ชุดทหาร เต็นท์ เวชภัณฑ์ และการสนับสนุนด้านโลจิสติกส์ แม้บทบาทของ NATO จะเพิ่มขึ้นภายใต้รัฐบาลของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ซึ่งเรียกร้องให้พันธมิตรยุโรปดูแลความมั่นคงของตนเองและยูเครน และไม่ให้คำมั่นในการสนับสนุนทางทหารโดยตรงต่อยูเครน ด้านประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกีของยูเครน แสดงความขอบคุณพันธมิตรยุโรป พร้อมย้ำว่าความช่วยเหลือดังกล่าวจะช่วยปกป้องชีวิตประชาชนยูเครนและความมั่นคงของยุโรปจากการรุกรานของรัสเซียได้อย่างมีนัยสำคัญ