สนข.Reuters รายงานเมื่อ 20 ส.ค.68 อ้างกองทัพสหรัฐฯ ผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมอาวุธว่า จีนพัฒนาพลังอำนาจด้านนิวเคลียร์ได้อย่างรวดเร็วและยั่งยืนทั้งในแง่ปริมาณและศักยภาพ โดยนโยบายด้านการป้องกันประเทศแห่งชาติของจีนปี 2566 ยังคงยืนยันคำมั่นว่าจีนจะไม่เป็นฝ่ายเริ่มใช้อาวุธนิวเคลียร์ก่อนในทุกสถานการณ์ (no first use policy) รวมทั้งจะไม่นำไปใช้หรือข่มขู่ว่าจะใช้ต่อประเทศที่ไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ แต่จะใช้เพื่อการป้องกันตนเอง ขณะที่รายงานประจำปีของ กห.สหรัฐฯ เห็นว่ามีความเป็นไปได้ว่าจีนจะเริ่มใช้อาวุธนิวเคลียร์ก่อนเพื่อรับมือกับการโจมตีที่เป็นภัยคุกคามต่อสายการบังคับบัญชาและควบคุมของกองกำลังนิวเคลียร์ของจีน ซึ่งจะมีผลต่อขีดความสามารถของจีนในการโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์ ด้าน กห.จีน ระบุถึงการต่อต้านความพยายามใด ๆ ที่จะสร้างกระแสว่าจีนเป็นภัยคุกคามด้านนิวเคลียร์เพื่อใส่ร้าย ทำให้จีนเสื่อมเสียชื่อเสียงและชักนำให้ประชาคมระหว่างประเทศเข้าใจจีนในทางที่ผิด ทั้งนี้ วารสาร Bulletin of the Atomic Scientists ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรในสหรัฐฯ ให้ข้อมูลว่า จีนสามารถเพิ่มและพัฒนาหัวรบนิวเคลียร์ได้ในอัตรารวดเร็วที่สุดในโลก โดยปัจจุบันมีอยู่ในครอบครองประมาณ 600 หัวรบ มีการสร้างสถานที่เก็บแห่งใหม่เพิ่มขึ้นประมาณ 350 แห่ง รวมถึงฐานยิงเคลื่อนที่อีกหลายฐาน ทั้งยังประมาณการณ์ว่า จีนมีฐานยิงขีปนาวุธประมาณ 712 แห่ง ในจำนวนนี้สามารถใช้ยิงขีปนาวุธนิวเคลียร์ได้ประมาณ 462 แห่ง ซึ่งสามารถยิงได้ไกลถึงสหรัฐฯ ด้าน กห.สหรัฐฯ ประเมินว่า กองทัพจีนจะมีหัวรบนิวเคลียร์ทางยุทธวิธีมากกว่า 1,000 หัวรบภายในปี 2573 ทั้งยังจะพยายามพัฒนาไปสู่ขีปนาวุธข้ามทวีปที่มีอำนาจการทำลายล้างสูง