นสพ.The Guardian รายงานเมื่อ 26 ส.ค.68 ว่า เหตุโจรสลัดและการโจมตีเรือพาณิชย์ในช่องแคบมะละกาและช่องแคบสิงคโปร์เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในปี 2568 โดยข้อมูลจาก ReCAAP (Regional Cooperation Agreement on Combating Piracy and Armed Robbery against Ships in Asia) ระบุว่า ตั้งแต่ห้วง ม.ค.-มิ.ย.68 มีเหตุโจมตีถึง 80 ครั้ง เพิ่มขึ้นเกือบสี่เท่าเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 ที่มีเพียง 21 ครั้ง เหตุการณ์ส่วนใหญ่อยู่ในช่องแคบสิงคโปร์ โดยเฉพาะในช่องทางเดินเรือฝั่งตะวันออกบริเวณ Phillip Channel ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือที่มีความหนาแน่นสูง ขณะที่ลักษณะการโจมตีส่วนใหญ่จัดอยู่ในระดับที่ไม่รุนแรงนัก โดยร้อยละ 90 ของเหตุโจมตี ไม่ได้สร้างความบาดเจ็บแก่ลูกเรือ และไม่มีเหตุใดที่เข้าข่าย Category 1 ซึ่งเป็นระดับร้ายแรงที่สุดที่เกี่ยวข้องกับการใช้อาวุธปืนหรือการจับตัวประกัน ส่วนใหญ่ผู้ก่อเหตุเพียงแอบลักลอบขึ้นเรือในเวลากลางคืน เป้าหมายคือเรือสินค้าขนาดใหญ่ เช่น เรือขนส่งสินค้ากระจัด (52%) เรือแท็งเกอร์ (24%) และ เรือบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ (11%) สะท้อนถึงแนวโน้มการกลับมาของโจรสลัดในภูมิภาค ปัจจัยเกิดจากการที่เส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบมะละกา–สิงคโปร์มีการจราจรหนาแน่นขึ้น เนื่องจากหลายบริษัทเดินเรือหลีกเลี่ยงเส้นทางผ่านทะเลแดงที่มีความเสี่ยงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง กลุ่มผู้ก่อเหตุมักเป็นอาชญากรขนาดเล็กจากพื้นที่ชายฝั่งและเกาะห่างไกลของอินโดนีเซีย เช่น หมู่เกาะ Riau และ Cula ที่มองหาโอกาสในการโจรกรรมเล็กน้อยมากกว่าการก่อเหตุรุนแรง