Anadolu Agency เผยแพร่บทความเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองของไทยที่มีรัฐบาลชุดที่ 3 ภายในระยะเวลา 2 ปี ซึ่งการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของไทยสะท้อนว่าชนชั้นนำทางการเมือง ตุลาการ และกองทัพที่ยังคงแย่งชิงอิทธิพลในประเทศ โดยหลังจากไทยอยู่ภายใต้การปกครองของกองทัพตั้งแต่การรัฐประหารในปี 2557 ไทยได้จัดการเลือกตั้งในปี 2566 และพรรค พท.ได้เป็นผู้นำจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคฝ่ายอนุรักษนิยม แต่ต่อมานายเศรษฐา ทวีสิน และ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ถูกปลดจากตำแหน่ง นรม.ด้วยคำร้องของ สว.ที่ได้รับการแต่งตั้งจากกองทัพ และนายอนุทินที่เป็นฝ่ายอนุรักษนิยมและมีที่นั่งในสภาเพียง 69 ที่นั่งได้รับเลือกเป็น นรม. ด้วยการสนับสนุนของพรรค ก.ก.ที่มีที่นั่งในสภามากที่สุด โดยมีเงื่อนไขยุบสภาภายใน 4 เดือน และแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งหากนายอนุทินทำตามข้อตกลงจะจะเปิดโอกาสให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้เปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ทางการเมือง แต่หากไม่เป็นไปตามข้อตกลงอาจนำไปสู่การประท้วงครั้งใหม่ และทำให้วิกฤตความชอบธรรมของสถาบันทางการเมืองเลวร้ายลง โดยนักวิเคราะห์เห็นว่า วงจรความไม่มั่นคงจะยังคงอยู่ต่อไป หากไทยยังไม่ปฏิรูประบบอำนาจที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง โดยเฉพาะศาล กองทัพ และ สว.