คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) จัดการประชุมเมื่อ 18 ก.ย.68 เพื่อพิจารณาร่างข้อมติเกี่ยวกับสถานการณ์ในฉนวนกาซา ซึ่งเสนอโดยสมาชิกไม่ถาวร UNSC 10 ประเทศ ได้แก่ แอลจีเรีย เดนมาร์ก กรีซ กายอานา ปากีสถาน ปานามา เกาหลีใต้ เซียร์ราลีโอน สโลวีเนีย และโซมาเลีย สาระสำคัญคือให้หยุดยิงในฉนวนกาซาทันที ปล่อยตัวตัวประกันทั้งหมด และให้อิสราเอลยกเลิกข้อจำกัดในการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม โดยมีสมาชิก UNSC เห็นชอบร่างข้อมติดังกล่าว 14 ประเทศ จากทั้งหมด 15 ประเทศ แต่สหรัฐฯ ซึ่งเป็นสมาชิกถาวร UNSC ใช้สิทธิยับยั้ง (Veto) ส่งผลให้ร่างข้อมติไม่ผ่านการรับรอง ขณะที่สหรัฐฯ ชี้แจงสาเหตุที่ใช้สิทธิ Veto ว่า การหยุดยิงจะเปิดโอกาสให้กลุ่มฮะมาสกลับมาผนึกกำลังได้อีกครั้ง และย้ำว่าวิกฤตด้านมนุษยธรรมในฉนวนกาซาเป็นผลมาจากการกระทำของฮะมาสไม่ใช่อิสราเอล ทั้งนี้ การใช้สิทธิ Veto ของสหรัฐฯ ครั้งนี้ส่งผลให้สมาชิก UNSC หลายประเทศแสดงความไม่พอใจ โดยโซมาเลียระบุว่าเป็นความล้มเหลวทางศีลธรรมอย่างร้ายแรง ส่วนปากีสถานชี้ว่าการให้สิทธิ Veto แก่สหรัฐฯ ทำให้ UNSC ไม่สามารถผลักดันข้อมติใด ๆ ได้ ขณะที่จีนกล่าวโจมตีสหรัฐฯ ว่าใช้อำนาจในทางมิชอบ ด้านรัสเซียระบุว่า สถานการณ์ในฉนวนกาซาจะไม่ดีขึ้นตราบใดที่สหรัฐฯ ยังคงไม่เปลี่ยนมุมมอง อนึ่ง การประชุม UNSC เพื่อพิจารณาร่างข้อมติเกี่ยวกับสถานการณ์ในฉนวนกาซานับตั้งแต่เกิดเหตุกลุ่มฮะมาสโจมตีอิสราเอล เมื่อ ต.ค.66 สหรัฐฯ ใช้สิทธิ Veto มากที่สุด จำนวน 7 ครั้ง