The Straits Times เผยแพร่บทความของนาย Michael Tene อดีตรองเลขาธิการอาเซียน/นักวิชาการองค์กรประชาคมนโยบายการต่างประเทศของอินโดนีเซีย (FPCI) ระบุ สันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต.เผชิญกับความท้าทายหลัก 3 ประการ ได้แก่ 1) ความไม่มั่นคงภายในประเทศสมาชิก เช่น วิกฤตในเมียนมา 2) ความขัดแย้งระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน เช่น ความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชา และ 3) แรงกดดันภายนอกจากการแข่งขันของมหาอำนาจ ซึ่งการป้องกันความขัดแย้งระหว่างรัฐถือเป็นความท้าทายมากที่สุด เพราะเป็นหัวใจสำคัญของจุดประสงค์ในการก่อตั้งอาเซียน อาเซียนจึงควรพิจารณาทำสนธิสัญญาไม่รุกรานระหว่างกัน เพื่อปิดจุดอ่อนของสนธิสัญญามิตรภาพและความร่วมมือในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (TAC) และกฎบัตรอาเซียน โดยทำให้การรุกรานเป็นการละเมิดข้อตกลงพื้นฐานทางการเมืองและความมั่นคงของอาเซียน และให้มีกลไกระงับข้อพิพาทที่มีบทลงโทษชัดเจนและบังคับใช้ได้จริง เพื่อป้องกันไม่ให้ใช้กำลังรุกรานในการแก้ไขข้อพิพาท ขณะที่การลงมติอาจไม่จำเป็นที่ต้องบรรลุฉันทามติ (Consensus) แต่ใช้การลงคะแนนแบบเสียงข้างมากพิเศษ (Supermajority) เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะหยุดชะงัก นอกจากนี้ อาเซียนยังสามารถขยายสนธิสัญญาไปสู่ประเทศคู่เจรจาและหุ้นส่วน โดยเฉพาะประเทศสมาชิกการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก (EAS) เพื่อดึงมหาอำนาจและประเทศรอบภูมิภาคให้เข้ามามีส่วนร่วมในการเสริมสร้างความมั่นคงและความไว้วางใจในระยะยาว ซึ่งจะช่วยส่งเสริมเสถียรภาพในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก