Cambodianess เผยแพร่บทความของนาย Khath Bunthorn นักวิจัย Cambodia Development Resource Institute และนาย Ngin Chanrith นักวิชาการ University of Auckland นิวซีแลนด์ มีเนื้อหาเกี่ยวกับความขัดแย้งไทย-กัมพูชา โดยเปรียบเทียบกับความขัดแย้งอินเดีย-ปากีสถาน ที่มีสาเหตุคล้ายกันจากข้อพิพาทเขตแดน ชาตินิยมทางศาสนาและวัฒนธรรม รวมถึงบาดแผลทางประวัติศาสตร์ และความขัดแย้งได้พัฒนาไปสู่การแข่งขันที่ซับซ้อน เกิดการเผชิญหน้าทางทหารและสงครามหลายครั้ง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและผู้พลัดถิ่นจำนวนมาก การค้าระหว่างประเทศตกต่ำ การใช้จ่ายด้านกลาโหมที่สูงทำให้สูญเสียงบประมาณในการพัฒนาภาคส่วนสำคัญอื่น เช่น การศึกษา สาธารณสุข แม้จะมีการเจรจาสันติภาพ แต่ความขัดแย้งยังคงไม่ได้รับการแก้ไข เนื่องจากความไม่ไว้วางใจต่อกันอย่างลึกซึ้ง ชาตินิยมกลายเป็นปัจจัยทางการเมือง การไม่กำหนดกลไกการเจรจาที่ยั่งยืน และนำไปสู่ความตึงเครียดที่กระทบต่อความร่วมมือในภูมิภาค ซึ่งกรณีของไทย-กัมพูชายังไม่สายเกินไปหากต้องการแก้ไข โดยนำบทเรียนมาปรับใช้ ได้แก่ 1) อย่าปล่อยให้ข้อพิพาทเขตแดนกลายเป็นสิ่งกำหนดอัตลักษณ์และความภาคภูมิใจของชาติ 2) รักษากลไกการเจรจาทวิภาคีและใช้ประโยชน์จากกลไกระดับภูมิภาค 3) หลีกเลี่ยงการใช้กำลังทหารและมุ่งเน้นการพัฒนาแนวชายแดน 4) ผู้นำต้องแยกความขัดแย้งออกจากการเมือง 5) ฟื้นฟูความร่วมมือทางเศรษฐกิจ และ 6) ใช้วัฒนธรรมและศาสนาร่วมกันในการสร้างสันติภาพที่ยั่งยืน