ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเมื่อ 28 พ.ย.68 ผ่าน Truth Social และ X ว่าสหรัฐฯ จะยุติการรับผู้โยกย้ายถิ่นฐานจาก “ประเทศโลกที่สาม” อย่างถาวร เพื่อทบทวนและปฏิรูปการบริหารจัดการนโยบายการรับผู้โยกย้ายถิ่นฐานของสหรัฐฯ อย่างครบวงจร พร้อมจะยกเลิกการรับผู้อพยพหลายล้านคนในสมัยประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน และเนรเทศผู้อพยพหรือโยกย้ายถิ่นฐานที่ไม่สามารถสร้างประโยชน์ต่อสหรัฐฯ หรือไม่รักความเป็นอเมริกัน กับทั้งจะยกเลิกสวัสดิการและเงินสนับสนุนจากภาครัฐทั้งหมดของผู้ที่ไม่ใช่สัญชาติอเมริกัน ยกเลิกการให้สถานะสัญชาติอเมริกันกับผู้ได้รับการแปลงสัญชาติ (denaturalize migrants) และผู้บ่อนทำลายความสงบสุขในบ้านเมือง รวมทั้งจะขับไล่ชาวต่างชาติที่เป็นภาระและสิ้นเปลืองงบประมาณของรัฐบาลกลาง ผู้ที่เป็นความเสี่ยงต่อความปลอดภัยสาธารณะ หรือผู้ที่มีค่านิยม “ไม่สอดคล้องกับอารยธรรมโลกตะวันตก (non-compatible with Western Civilization)” โดยมุ่งเป้าหมายในการขับเคลื่อนเพื่อลดจำนวนประชากรขนาดใหญ่ที่กระทำผิดกฎหมายและสร้างความวุ่นวาย
นอกจากนี้ ประธานธิบดีทรัมป์ ระบุถึงสาเหตุของการประกาศครั้งนี้ว่า สหรัฐฯ มีประชากรที่เป็นชาวต่างชาติถึง 53 ล้าน ตามสถิติของทางการ แต่จำนวนที่แท้จริงอาจจะสูงกว่านั้น ซึ่งล้วนได้รับการสนับสนุนจากเงินภาษีประชาชน เป็นภาระที่ชาวอเมริกันต้องแบกรับ และนำไปสู่ความผิดปกติทางสังคมในอเมริกาปัจจุจบัน อาทิ การศึกษาล้มเหลว อาชญากรรมสูง ความเสื่อมโทรมของบ้านเมือง โรงพยาบาลที่แออัด การขาดแคลนที่อยู่อาศัย และปัญหาทางเศรษฐกิจ พร้อมว่ากล่าวโทษผู้ไม่เห็นด้วยต่อวิธีการแก้ปัญหาที่เกี่ยวข้อง ว่าเป็นต้นเหตุความล้มเหลวในปัจจุบัน ตลอดจนตอกย้ำว่าสถานการณ์เหล่านี้สามารถถูกแก้ไขด้วยการย้อนกลับนโยบายผู้เข้าเมือง (reverse migration) เท่านั้น ทั้งนี้ การเผยแพร่ข้อความเหล่านี้ เกิดขึ้นหลังจากการก่อเหตุยิงกองกำลังป้องกันชาติสหรัฐฯ 2 นาย ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อ 27 พ.ย.68 ที่มีผลให้ 1 ใน 2 ทหารเหล่านั้น เสียชีวิตลงในเวลาต่อมา