สนข. Al Jazeera รายงานเมื่อ 1 ธ.ค.68 ว่า ประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลา ส่งหนังสือถึงเลขาธิการองค์การกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (Organisation of Petroleum Exporting Countries-OPEC) เมื่อ 30 พ.ย.68 ร้องขอให้ OPEC ช่วยต่อต้านภัยคุกคามจากสหรัฐฯ ที่เพิ่มระดับปฏิบัติการทางทหารในทะเลแคริบเบียนใกล้ชายฝั่งเวเนซุเอลา โดยระบุว่า สหรัฐฯ กระทำละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและคุกคามเสถียรภาพในภูมิภาค โดยมุ่งบ่อนทำลายรัฐบาลและสร้างผลกระทบต่อภาคการส่งออกของเวเนซุเอลา รวมทั้งพยายามยึดแหล่งน้ำมันสำรองของเวเนซุเอลา ซึ่งเป็นแหล่งน้ำมันสํารองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก หากปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ยังคงยืดเยื้ออาจกระทบต่อเสถียรภาพในการผลิตน้ำมันของเวเนซุเอลาและอุปทานในตลาดโลก นอกจากนี้ ยังเรียกร้องประเทศสมาชิก OPEC+ สนับสนุนเวเนซุเอลา ทั้งทางการเมืองและการทูต หลังสหรัฐฯ สั่งปิดน่านฟ้าเหนือเวเนซุเอลาและพื้นที่โดยรอบ ส่งผลให้สายการบินระหว่างประเทศระงับเที่ยวบินและยกเลิกเส้นทางเข้า-ออกเวเนซุเอลา รวมถึงผู้โดยสารหลายพันคนต้องตกค้าง
ทั้งนี้ เวเนซุเอลามีปริมาณน้ำมันสํารองที่พิสูจน์ทราบแล้ว ประมาณ 303,220 ล้านบาร์เรล มากเป็นอันดับ 1 ของโลก (ข้อมูลเมื่อปี 2566) แต่ส่งออกน้ำมันดิบได้ต่ำกว่าประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อื่น ๆ เนื่องจากเผชิญกับมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ เฉพาะอย่างยิ่งในห้วงที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ดำรงตำแหน่งสมัยแรก ระหว่างปี 2560-2564