สนข.Euronews รายงานเมื่อ 10 ก.พ.69 ว่า ประเทศสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) กำลังปรับแนวคิดและนโยบายต่อกำลังพลสำรองอย่างมีนัยสำคัญ จากที่เคยเป็นเพียงองค์ประกอบรองของการวางแผนป้องกันประเทศ สู่การเป็นทรัพยากรยุทธศาสตร์หลัก ภายหลังสงครามรุกรานยูเครนของรัสเซียได้เผยให้เห็นข้อจำกัดของการพึ่งพากำลังพลประจำเพียงอย่างเดียว โดยกำลังพลสำรองมีบทบาทสำคัญในการเพิ่มขนาดกำลังรบ เสริมทักษะเฉพาะทางจากภาคพลเรือน เช่น ไซเบอร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ และโลจิสติกส์ รวมถึงทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างกองทัพกับสังคมพลเรือน NATO ได้ปรับนโยบายกำลังพลสำรองเมื่อปี 2566 เพื่อเน้นการบูรณาการกับกำลังประจำ ขณะที่หลายประเทศ โดยเฉพาะในยุโรปเหนือและตะวันออก เช่น ฝรั่งเศส เยอรมนี เอสโตเนีย ลัตเวีย และลิทัวเนีย เร่งขยายจำนวนและขอบเขตบทบาทของกำลังพลสำรอง แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนการตระหนักร่วมกันว่าความมั่นคงยุคใหม่ต้องอาศัยไม่เพียงศักยภาพทางทหาร แต่รวมถึงความยืดหยุ่นและความพร้อมของสังคมโดยรวม ซึ่งกำลังพลสำรองเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างความพร้อมนั้น