นสพ. The Global New Light of Myanmar รายงานเมื่อ 16 ก.พ.69 อ้างแถลง กต.เมียนมา เมื่อ 15 ก.พ.69 ว่า รัฐบาลเมียนมามีคำสั่งขับไล่นายเอลิซิโอ โด โรซาริโอ เดอ ซูซา อุปทูตรักษาการสถานเอกอัครราชทูตติมอร์-เลสเต ประจำเมียนมา โดยให้เดินทางออกจากเมียนมาภายใน 20 ก.พ.69 หลังจาก กต.เมียนมา เรียกตัวนายเอลิซิโอเข้าพบเมื่อ 13 ก.พ.69 เพื่อแจ้งคำสั่งดังกล่าวที่ดำเนินการตามมาตรา 9 ของอนุสัญญากรุงเวียนนาว่าด้วยความสัมพันธ์ทางการทูต ค.ศ. 1961 โดยมีสาเหตุจากความไม่พอใจอย่างมากต่อกรณีที่ ติมอร์-เลสเต แทรกแซงกิจการภายในเมียนมาอย่างโจ่งแจ้ง โดยเฉพาะการสนับสนุนกลุ่มต่อต้านรัฐบาลเมียนมา ซึ่งขัดต่อหลักการดำเนินความสัมพันธ์ทางการทูตและหลักการไม่แทรกแซงของอาเซียน โดยจุดชี้ขาดคือ กรณีสำนักงานอัยการสูงสุดติมอร์-เลสเต ยอมรับการพิจารณาทางกฎหมาย พร้อมแต่งตั้งอัยการอาวุโสให้ตรวจสอบเอกสารหลักฐาน ตามคำร้องขององค์กรสิทธิมนุษยชนแห่งชนชาติชิน (Chin Human Rights Organization - CHRO) เมื่อ 12 ม.ค.69 เพื่อให้ดำเนินคดีต่อเมียนมาในข้อหาก่ออาชญากรรมสงครามและละเมิดสิทธิมนุษยชนในรัฐชินอย่างรุนแรง พร้อมให้สอบสวนภายใต้หลักการเขตอำนาจศาลสากลและนำตัวผู้กระทำผิดมารับผิดชอบ โดยเฉพาะ พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่รัฐสมาชิกอาเซียนดำเนินการทางกฎหมายเพื่อต่อต้านอีกรัฐสมาชิกหนึ่ง