สนข. DVB รายงานเมื่อ 24 ก.พ.69 ว่า กลุ่มสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ได้แก่ องค์กรสิทธิมนุษยชนแห่งชนชาติชิน (Chin Human Rights Organization - CHRO) องค์กร Myanmar Accountability Project (MAP) และสภาที่ปรึกษาพิเศษว่าด้วยเมียนมา (Special Advisory Council for Myanmar - SAC-M) เรียกร้องให้อาเซียนแสดงจุดยืนสนับสนุนติมอร์-เลสเต กรณียื่นคำร้องต่อสำนักงานอัยการสูงสุดในกรุงดิลี เมืองหลวงของติมอร์-เลสเต เมื่อ 12 ม.ค.69 เพื่อดำเนินคดีต่อเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองทัพเมียนมาจำนวน 14 คน รวมถึง พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ รักษาการประธาธิบดีเมียนมา ในข้อหาอาชญากรรมสงครามและอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ โดย CHRO ระบุว่า มีหลักฐานการละเมิดสิทธิมนุษยชนในรัฐชิน อาทิ การโจมตีทางอากาศมากกว่า 1,000 ครั้ง การสังหารหมู่ การจับกุมโดยพลการ และการบังคับโยกย้ายประชาชนจำนวนมาก ทั้งนี้ CHRO และ MAP ยังได้ยื่นคำร้องในลักษณะเดียวกันต่อตุรกีและฟิลิปปินส์ ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณา ขณะที่ SAC-M ระบุว่าการแต่งตั้งอัยการของติมอร์-เลสเตเพื่อตรวจสอบคดีดังกล่าว เป็นการแสดงบทบาทนำในระดับภูมิภาค อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเมียนมาได้ตอบโต้ด้วยการขับ นายเอลิซิโอ โด โรซาริโอ เดอ ซูซา อุปทูตรักษาการสถานเอกอัครราชทูตติมอร์-เลสเต ประจำเมียนมา ออกนอกประเทศ ส่งผลให้กลุ่มสมาชิกรัฐสภาอาเซียนเพื่อสิทธิมนุษยชน (ASEAN Parliamentarians for Human Rights-APHR) และ Human Rights Watch (HRW) ประณามว่าเป็นมาตรการตอบโต้ทางการเมืองต่อความพยายามดำเนินกระบวนการยุติธรรม