เว็บไซต์ Oilprice รายงานว่า ที่ประชุมร่วมระดับ รมว.กระทรวงการคลัง ของกลุ่ม G7 ทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency-IEA) กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ธนาคารโลก และองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) มีมติเมื่อ 9 มี.ค.69 ให้ชะลอการปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองทางยุทธศาสตร์ของแต่ละประเทศในกลุ่ม G7 ซึ่งมีปริมาณรวมกันอยู่ที่ประมาณ 400 ล้านบาร์เรล ออกไปก่อน เนื่องจากปัจจุบันปริมาณน้ำมันดิบยังอยู่ในภาวะล้นตลาด ดังนั้น การปล่อยน้ำมันสำรองปริมาณมากอาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อดุลน้ำมันในตลาดโลก ด้านนาย Fatih Birol ผอ. IEA ระบุว่าสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางก่อให้เกิดปัญหาด้านโลจิสติกส์มากกว่าการขาดแคลนน้ำมันดิบ อย่างไรก็ดี กลุ่ม G7 จะติดตามสถานการณ์และพัฒนาการในตลาดพลังงานอย่างใกล้ชิดต่อไป และพร้อมจะดำเนินมาตรการที่จำเป็นเพื่อสนับสนุนการจัดหาพลังงานทั่วโลก