สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง 12 มี.ค. 69
เผยแพร่เมื่อ : March 12, 2026, 10:32 a.m. | เข้าชม : 309
Update !! สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง 12 มี.ค. 69

- เรือบรรทุกสินค้าไทยถูกโจมตีบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ Vanguard บริษัทรักษาความปลอดภัยทางทะเล รายงานว่ามีเรือพาณิชย์ 3 ลำถูกโจมตีในภูมิภาค ตอ.กลาง เมื่อ 11 มี.ค. 69 โดยเป็นเรือสัญชาติไทย 1 ลำ ซึ่งเรือมยุรี นารี ถูกโจมตีขณะเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้และห้องเครื่องยนต์เสียหาย กองทัพเรือโอมานช่วยเหลือลูกเรือได้ 20 คน และอยู่ระหว่างช่วยเหลืออีก 3 คน นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าเรือ ONE Majesty สัญชาติญี่ปุ่น และเรือ Star Gwyneth ที่จดทะเบียนในหมู่เกาะมาร์แชลล์ถูกโจมตีเช่นกัน โดยเรือได้รับความเสียหายเล็กน้อย และลูกเรือทั้งหมดปลอดภัย ด้าน กกล.พิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ระบุว่า กองทัพเรือ IRGC ได้โจมตีเรือมยุรี นารี เนื่องจากเพิกเฉยต่อสัญญาณเตือนและคำเตือนจากกองทัพเรือ IRGC และยืนยันที่จะเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย พร้อมระบุว่า ช่องแคบฮอร์มุซอยู่ภายใต้การควบคุมของ IRGC เรือลำใดก็ตามที่เชื่อมโยงกับสหรัฐฯ และอิสราเอล หรือพันธมิตรของทั้งสองประเทศจะถูกพิจารณาว่าเป็นเป้าหมายที่ถูกต้องตามกฎหมาย และย้ำว่าจะไม่ยอมให้มีการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และให้เตรียมพร้อมที่ราคาน้ำมันจะเพิ่มขึ้นถึง 200 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่ กต.อินเดีย ประณามการโจมตีเรือมยุรี นารี ของไทยซึ่งกำลังมุ่งหน้าไปยังท่าเรือ Kandla รัฐคุชราต อินเดีย โดยระบุว่า อินเดียรู้สึกเสียใจอย่างยิ่งต่อการที่เรือพาณิชย์ตกเป็นเป้าหมายในความขัดแย้งที่กำลังดำเนินอยู่ในภูมิภาค พร้อมย้ำว่าไม่ควรมีการโจมตีเรือพาณิชย์ และลูกเรืออยู่ในอันตราย (Reuters, AFP, ABC News, Al Jazeera, Hindustan Times)
- IEA เตรียมปล่อยน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์ 400 ล้านบาร์เรล สมาชิกองค์การพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) 32 ประเทศ มีมติให้ระบายน้ำมันดิบจำนวน 400 ล้านบาร์เรลจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ออกสู่ตลาด เพื่อบรรเทาภาวะราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นจากสถานการณ์ในภูมิภาค ตอ.กลาง โดยประเทศสมาชิก IEA ถือครองน้ำมันสำรองฉุกเฉินมากกว่า 1,200 ล้านบาร์เรล และยังมีสต็อกน้ำมันภาคอุตสาหกรรมอีก 600 ล้านบาร์เรล ซึ่งภายหลังการประกาศของ IEA ราคาน้ำมันดิบ Brent อยู่ที่ระดับสูงกว่า 90 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ด้านนักวิเคราะห์แสดงความเห็นว่าการปล่อยน้ำมันจำนวนดังกล่าวยังไม่เพียงพอบรรเทาความกังวลเกี่ยวกับการหยุดชะงักของอุปทานเพิ่มเติม หลังจากเกิดการโจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซ โดยน้ำมัน 400 ล้านบาร์เรลสามารถชดเชยอุปทานที่สูญเสียจากวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซได้เพียงประมาณ 20 วัน และอาจต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนที่น้ำมันจะเข้าสู่ตลาด (Reuters, Al Jazeera)
- UNSC มีมติให้อิหร่านยุติการโจมตีกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ ที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) เมื่อ 11 มี.ค. 69 มีมติเห็นชอบ 13 เสียง และงดออกเสียง 2 เสียง เรียกร้องให้อิหร่านยุติการโจมตีทั้งหมดต่อบาห์เรน คูเวต โอมาน กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และจอร์แดน โดยทันที และประณามการกระทำหรือการข่มขู่ของอิหร่านเพื่อปิด ขัดขวาง หรือแทรกแซงการเดินเรือระหว่างประเทศผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ด้านจีนและรัสเซียงดออกเสียง โดยไม่พอใจที่มติดังกล่าวไม่ได้กล่าวถึงความเป็นปฏิปักษ์ของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่าน ขณะที่นาย Amir Saeid Iravani ออท.อิหร่านประจำสหประชาชาติ ระบุว่าการรับรองมติดังกล่าวแสดงถึงการใช้อำนาจหน้าที่ของ UNSC ในทางที่ผิดเพื่อวาระทางการเมืองของสหรัฐฯ และอิสราเอล และเป็นความอยุติธรรมอย่างชัดเจนต่ออิหร่านซึ่งเป็นเหยื่อหลักของการรุกราน (France24)
- ปธน.อิหร่านกำหนดเงื่อนไขเพื่อยุติสงคราม นาย Masoud Pezeshkian ปธน.อิหร่าน โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม X ระบุว่า ได้พูดคุยกับผู้นำของรัสเซียและปากีสถาน โดยยืนยันถึงความมุ่งมั่นของอิหร่านในการรักษาสันติภาพในภูมิภาค ตอ.กลาง และหนทางเดียวที่จะยุติสงครามครั้งนี้ ซึ่งจุดชนวนโดยระบอบไซออนิสต์และสหรัฐฯ ได้แก่ การยอมรับสิทธิอันชอบธรรมของอิหร่าน การชดเชยค่าเสียหาย และการมีหลักประกันจากประชาคมระหว่างประเทศว่าจะไม่มีการรุกรานอีกในอนาคต (DW)