สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง 13 มี.ค. 69
เผยแพร่เมื่อ : March 13, 2026, 10:29 a.m. | เข้าชม : 225
Update !! สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง 13 มี.ค. 69

- ผู้นำสูงสุดอิหร่านออกแถลงการณ์ครั้งแรกหลังรับตำแหน่ง นาย Mojtaba Khamenei ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ออกแถลงการณ์ผ่านสถานีโทรทัศน์ของรัฐบาล เมื่อ 12 มี.ค. 69 ซึ่งเป็นแถลงการณ์ฉบับแรกนับตั้งแต่ขึ้นดำรงตำแหน่ง โดยเรียกร้องความเป็นเอกภาพของชาวอิหร่าน และให้คำมั่นว่าจะทวงคืนความยุติธรรมให้กับผู้เสียชีวิตและชาวอิหร่านทุกคน พร้อมระบุว่า อิหร่านจะยังปิดช่องแคบฮอร์มุซ และโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในประเทศเพื่อนบ้านต่อไป รวมทั้งเตือนให้ปิดฐานทัพสหรัฐฯ โดยเร็ว นอกจากนี้ ผู้นำสูงสุดอิหร่านยังขอบคุณ กลุ่มแนวร่วมต่อต้าน (Axis of resistance) ที่สนับสนุนอิหร่าน และระบุว่าความร่วมมือระหว่างอิหร่านและกลุ่มแนวร่วมต่อต้านจะทำลายความพยายามในการทำสงครามของสหรัฐฯ และอิสราเอล ทั้งนี้ นาย Khamenei ยังคงไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณะ โดยหลายฝ่ายเชื่อว่านาย Khamenei ได้รับบาดเจ็บในช่วงแรกจากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล (AP, CNN, BBC, Axios)
- นรม.อิสราเอลแถลงข่าวเป็นครั้งแรกหลังเริ่มต้นสงครามกับอิหร่าน นาย Benjamin Netanyahu นรม.อิสราเอล แถลงเมื่อ 12 มี.ค. 69 เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น ระบุว่า อิสราเอลได้ปฏิบัติการโจมตีอิหร่านและกลุ่มตัวแทนของอิหร่าน ซึ่งบั่นทอนขีดความสามารถของกลุ่มดังกล่าวลงได้อย่างมีนัยสำคัญ และได้สังหารอดีตผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ขณะที่นาย Mojtaba Khamenei ผู้นำสูงสุดคนใหม่เป็นหุ่นเชิดของ กกล.พิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) และไม่สามารถปรากฏตัวต่อสาธารณะได้ แต่ปฏิเสธที่จะเปิดเผยว่าอิสราเอลมีแผนโจมตีนาย Khamenei หรือไม่ นอกจากนี้ ยังระบุถึงเป้าหมายในการโจมตีอิหร่านเพื่อขัดขวางไม่ให้อิหร่านพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธพิสัยไกล และกล่าวถึงประชาชนอิหร่านว่า อิสราเอลกำลังสร้างเงื่อนไขที่เหมาะสมเพื่อล้มระบอบการปกครองของอิหร่าน แต่การดำเนินการดังกล่าวต้องเกิดจากภายในประเทศด้วย (Reuters, AP, BBC, CNN)
- ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงปรับตัวสูงขึ้นเกิน 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาเรลอีกครั้ง กรณีการโจมตีเรือบรรทุกสินค้าของอิหร่าน และการที่ผู้นำสูงสุดอิหร่านระบุว่าจะปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อไป ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นเกิน 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาเรลอีกครั้ง โดยราคาน้ำมันดิบ Brent เพิ่มขึ้นเป็น 101.59 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หลังราคาปรับลดลงมาจากประมาณ 120 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาเรลเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ จากการที่นาย Donald Trump ปธน.สหรัฐฯ ส่งสัญญาณว่าสงครามกับอิหร่านใกล้จะยุติ และองค์การพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) เตรียมปล่อยน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์ออกสู่ตลาด ขณะเดียวกันตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลดลงลง โดยดัชนี S&P 500 ลดลงร้อยละ 1.5 ดัชนีอุตสาหกรรม Dow Jones ลดลงร้อยละ 1.6 และดัชนี Nasdaq ลดลงร้อยละ 1.8 (AP, BBC)
- เลขาธิการ UN เรียกร้องให้ยุติสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่าน นาย Antonio Guterres เลขาธิการสหประชาชาติ (UN) ระบุว่า การโจมตีอิหร่านของสหรัฐฯ และอิสราเอล ส่งผลกระทบต่อหลายประเทศ และผลักดันให้ภูมิภาค ตอ.กลาง เข้าใกล้จุดแตกหัก โดยเตือนว่าการยกระดับความรุนแรงในภูมิภาค ตอ.กลาง กำลังขัดขวางการค้า ทำให้ราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้น และก่อให้เกิดความไม่มั่นคง ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อประชากรที่ยากจนและกลุ่มเปราะบาง และย้ำว่าการเจรจาและลดระดับความตึงเครียดเป็นหนทางเดียวที่จะแก้ไขสถานการณ์ พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยุติการสู้รบ ปกป้องพลเรือน และกลับสู่การเจรจา (Anadolu Agency)
- สหรัฐฯ โจมตีเป้าหมาย 6,000 แห่งในอิหร่าน ส่งผลให้มีผู้พลัดถิ่นกว่า 3.2 ล้านคน กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) เปิดเผยว่า สหรัฐฯ ได้โจมตีเป้าหมายในอิหร่านแล้ว 6,000 แห่ง ภายใต้ปฏิบัติการ “Epic Fury” ซึ่งรวมถึงรวมถึงเรือรบประมาณ 60 ลำ เรือวางทุ่นระเบิด 30 ลำ ศูนย์บัญชาการ โรงงานผลิตอาวุธ ฐานยิงขีปนาวุธข้ามทวีป เรือดำน้ำ และระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่าน ขณะที่สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ระบุว่า มีประชาชนในอิหร่านมากถึง 3.2 ล้านคนต้องกลายเป็นผู้พลัดถิ่น นับตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มต้นขึ้น 28 ก.พ. 69 และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องหากการสู้รบยังคงดำเนินอยู่ (BBC, Reuters)