สำนักข่าวกรองแห่งชาติ
| ค้นหา |

สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง 17 มี.ค. 69

เผยแพร่เมื่อ : March 17, 2026, 11:53 a.m. | เข้าชม : 376

Update !! สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง 17 มี.ค. 69


  • ปธน.สหรัฐฯ แถลงเกี่ยวกับสถานการณ์ในภูมิภาค ตอ.กลาง นาย Donald Trump ปธน.สหรัฐฯ แถลงที่ทำเนียบ ปธน. เกี่ยวกับสถานการณ์สู้รบในภูมิภาค ตอ.กลาง ที่สำคัญ ได้แก่ 1) สหรัฐฯ จะประกาศรายชื่อประเทศที่ตกลงจะช่วยสหรัฐฯ เปิดช่องแคบฮอร์มุซในเร็ว ๆ นี้ พร้อมแสดงความไม่พอใจต่อประเทศที่ไม่ให้ความช่วยเหลือ 2) การสู้รบจะไม่จบภายในสัปดาห์นี้ แต่จะใช้เวลาไม่นาน และ 3) เลื่อนกำหนดการเยือนจีนออกไปประมาณ 1 เดือน จากเดิมกำหนดไว้ใน 31 มี.ค. – 2 เม.ย. 69 เนื่องจากยังมีสถานการณ์สู้รบ (CNN, BBC, AP)

  • ปธน.อิหร่านยืนยันไม่ยอมแพ้และเรียกร้องให้ประชาคมโลกประณามการรุกราน นาย Masoud Pezeshkian ปธน.อิหร่าน เปิดเผยถึงการหารือทางโทรศัพท์กับนาย Emmanuel Macron ปธน.ฝรั่งเศส ย้ำว่า อิหร่านไม่ใช่ผู้เริ่มต้นสงคราม มีสิทธิป้องกันตนเองจากการรุกราน พร้อมเน้นย้ำการใช้ฐานทัพของสหรัฐฯ ในภูมิภาค ตอ.กลาง เพื่อโจมตีอิหร่านและพยายามบ่อนทำลายความสัมพันธ์ของอิหร่านกับประเทศในภูมิภาค ตอ.กลาง ต้องยุติ และยืนยันอิหร่านจะไม่ยอมแพ้ โดยเรียกร้องให้ประชาคมโลกร่วมประณามสหรัฐฯ และอิสราเอล รวมทั้งกล่าวถึงการยุติสงครามไม่มีความหมายจนกว่าอิหร่านจะมั่นใจได้ว่าจะไม่มีการโจมตีอิหร่านอีกในอนาคต (BBC)

  • สหภาพยุโรปจะไม่ขยายปฏิบัติการรักษาความมั่นคงทางทะเลไปยังช่องแคบฮอร์มุซ นาง Kaja Kallas หัวหน้าฝ่ายกิจการต่างประเทศของสหภาพยุโรป เปิดเผยว่า ที่ประชุม รมว.กต.สหภาพยุโรป ตัดสินใจไม่ขยายปฏิบัติการรักษาความมั่นคงทางทะเล Aspides ที่มีเป้าหมายเพื่อปกป้องเรือจากการโจมตีของกลุ่ม Houthi ในเยเมนบริเวณทะเลแดง ไปยังบริเวณช่องแคบฮอร์มุซในเวลานี้ แม้ช่องแคบฮอร์มุซจะเป็นจุดศูนย์กลางของสถานการณ์ในปัจจุบัน แต่บริเวณทะเลแดงยังคงมีความสำคัญเช่นกัน (Reuters)

  • ผู้นำประเทศตะวันตกแสดงความกังวลต่อสถานการณ์ในเลบานอน ผู้นำสหราชอาณาจักร แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี และอิตาลี ออกแถลงการณ์ร่วมแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นในเลบานอน และเรียกร้องให้อิสราเอลและเลบานอนเจรจาเพื่อหาทางออกที่ยั่งยืน พร้อมเตือนว่า แผนการโจมตีภาคพื้นดินของอิสราเอลในเลบานอนอาจนำไปสู่ผลกระทบทางมนุษยธรรมที่ร้ายแรงและความขัดแย้งที่ยืดเยื้อ ทั้ง 5 ประเทศยังประณามการตัดสินใจของกลุ่ม Hezbollah ที่เข้าร่วมกับอิหร่านในการสู้รบ ซึ่งยิ่งทำให้สันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค ตอ.กลาง อยู่ในความเสี่ยง โดยเรียกร้องให้กลุ่ม Hezbollah ยุติการโจมตีอิสราเอลและมุ่งเป้าหมายพลเรือน รวมถึงปลดอาวุธ (Reuters, CNN)

  • สหรัฐฯ ต้องการให้ประเทศพันธมิตรขึ้นบัญชี IRGC และกลุ่ม Hezbollah เป็นกลุ่มก่อการร้าย นาย Marco Rubio รมว.กต.สหรัฐฯ มีคำสั่งให้นักการทูตสหรัฐฯ ทั่วโลก ผลักดันให้รัฐบาลประเทศต่าง ๆ กำหนดให้กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) และกลุ่ม Hezbollah ในเลบานอน เป็นกลุ่มก่อการร้าย โดยระบุถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากการโจมตีของอิหร่าน พันธมิตร และกลุ่มตัวแทนของอิหร่าน เพื่อเพิ่มแรงกดดันต่ออิหร่าน และจำกัดความสามารถในการสนับสนุนการก่อการร้ายทั่วโลก (Reuters)

  • IEA พร้อมระบายน้ำมันสำรองเพิ่มเติมหากจำเป็น นาย Fatih Birol ผอ.ทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ระบุว่า ประเทศสมาชิก IEA สามารถระบายน้ำมันจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์เข้าสู่ตลาดเพิ่มเติมหากมีความจำเป็น หลังจากเมื่อ 11 มี.ค. 69 IEA ประกาศระบายน้ำมันสำรองปริมาณ 400 ล้านบาร์เรล เพื่อบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาค ตอ.กลาง โดยในคลังสำรองยังคงมีน้ำมันเหลืออยู่อีกประมาณ 1,400 ล้านบาร์เรล แต่ย้ำว่าปัจจัยที่ทำให้การไหลเวียนของน้ำมันและก๊าซกลับมามีเสถียรภาพคือการกลับมาเปิดเส้นทางขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ (Reuters)