สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง 20 มี.ค. 69
เผยแพร่เมื่อ : March 20, 2026, 11:56 a.m. | เข้าชม : 268
Update !! สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง 20 มี.ค. 69

- นรม.อิสราเอล แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเกี่ยวกับสถานการณ์ในภูมิภาค ตอ.กลาง นาย Benjamin Netanyahu นรม.อิสราเอล แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเมื่อ 19 มี.ค. 69 เกี่ยวกับสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาค ตอ.กลาง ที่สำคัญ ได้แก่ 1) ปัจจุบันอิหร่านไม่มีขีดความสามารถในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมและผลิตขีปนาวุธ 2) สงครามจะดำเนินต่อไปเท่าที่จำเป็น แต่อาจจบลงเร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ 3) เป้าหมายหลักของปฏิบัติการเพื่อกำจัดภัยคุกคามด้านนิวเคลียร์และขีปนาวุธจากอิหร่าน รวมถึงสร้างเงื่อนไขให้ชาวอิหร่านได้กำหนดชะตาชีวิตตนเอง 4) อิสราเอลโจมตีแหล่งก๊าซ South Pars ของอิหร่านโดยลำพัง และนาย Donald Trump ปธน.สหรัฐฯ ขอให้อิสราเอลระงับการโจมตีแหล่งพลังงานสำคัญของอิหร่าน ซึ่งอิสราเอลจะปฏิบัติตาม 5) ยืนยันว่าอิสราเอลไม่ได้ดึงสหรัฐฯ เข้าสู่สงคราม และ ปธน.Trump ตัดสินใจด้วยตนเอง 6) จำเป็นต้องหาเส้นทางแทนช่องแคบฮอร์มุซ โดยการสร้างท่อส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจากภูมิภาค ตอ.กลาง ผ่านคาบสมุทรอาหรับไปยังท่าเรือของอิสราเอลเพื่อออกสู่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และ 7) การล้มรัฐบาลไม่สามารถทำได้ด้วยการโจมตีทางอากาศเพียงอย่างเดียว ต้องมีองค์ประกอบภาคพื้นดินด้วย แต่ปฏิเสธที่จะให้รายละเอียด (Reuters, BBC)
- กลุ่มประเทศยุโรปและญี่ปุ่นออกแถลงการณ์ร่วมกรณีช่องแคบฮอร์มุซ สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี เนเธอร์แลนด์ และญี่ปุ่น ออกแถลงการณ์ร่วมประณามการโจมตีของอิหร่านต่อเรือพาณิชย์ในอ่าวเปอร์เซีย โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน และการปิดช่องแคบฮอร์มุซโดยพฤตินัยของอิหร่าน พร้อมเรียกร้องให้อิหร่านยุติการข่มขู่ การวางทุ่นระเบิด การโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธ และความพยายามอื่นในการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซต่อการเดินเรือพาณิชย์โดยทันที และให้ปฏิบัติตามข้อมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่ 2817 รวมถึงยุติการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางพลเรือนทุกรูปแบบ ทั้ง 6 ประเทศยังแสดงความพร้อมมีส่วนร่วมที่เหมาะสมเพื่อการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัย และดำเนินมาตรการเพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับตลาดพลังงานโลก (Reuters)
- IMO เห็นควรให้มีเส้นทางเดินเรือที่ปลอดภัยเพื่ออพยพเรือออกจากอ่าวเปอร์เซีย นาย Arsenio Dominguez เลขาธิการองค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) เปิดเผยว่า กลุ่มประเทศสมาชิก IMO เห็นพ้องที่จะร่วมกันจัดตั้งเส้นทางเดินเรือที่ปลอดภัย (Safe Maritime Corridor) เพื่ออำนวยความสะดวกในการอพยพเรือพาณิชย์ และคุ้มครองสวัสดิภาพของลูกเรือออกจากพื้นที่เสี่ยงสูงและพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างปลอดภัย ในห้วงที่เกิดสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่าน อย่างไรก็ตาม IMO ยังไม่ได้ระบุช่วงเวลาที่แน่ชัดในการจัดตั้งเส้นทางดังกล่าว และยังไม่ชัดเจนว่าอิหร่านจะให้ความร่วมมือหรือไม่ ทั้งนี้ นาย Dominguez ยังเรียกร้องให้รัฐเจ้าของธง (Flag States) กำชับให้เรือที่จอดอยู่ทาง ตอ. ของช่องแคบฮอร์มุซหลีกเลี่ยงการเสี่ยงอันตรายโดยไม่จำเป็นในการเดินเรือไปทาง ตต. ของช่องแคบด้วย (Reuters)
- กห.สหรัฐฯ เตรียมของบประมาณเพิ่มเติม 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับสงครามอิหร่าน จนท.สหรัฐฯ เปิดเผยว่า กห.สหรัฐฯ ได้ขออนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมจำนวน 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับใช้ในสงครามอิหร่าน ไปยังทำเนียบ ปธน.สหรัฐฯ เพื่อเสนอต่อรัฐสภา โดยนาย Pete Hegseth รมว.กห.สหรัฐฯ ไม่ยืนยันจำนวนงบประมาณที่ขอ แต่ระบุว่าอาจมีการเปลี่ยนแปลง และต้องหารือกับรัฐสภาเพื่อให้ได้งบประมาณที่เหมาะสม ขณะที่ผลสำรวจความคิดเห็นชาวอเมริกันที่จัดทำโดย Reuters/Ipsos ระหว่าง 17-19 มี.ค. 69 พบว่าชาวอเมริกันร้อยละ 59 ไม่เห็นด้วยกับสงคราม และร้อยละ 55 คัดค้านการส่งทหารภาคพื้นดิน (AP/Reuters)
- สหรัฐฯ อนุมัติขายอาวุธมูลค่า 16,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐให้กลุ่มประเทศ ตอ.กลาง กต.สหรัฐฯ อนุมัติการขายอาวุธให้แก่ 3 ประเทศในภูมิภาค ตอ.กลาง รวมมูลค่าประมาณ 16,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยอนุมัติการขายขีปนาวุธ โดรน ระบบเรดาร์ รวมถึงกระสุนและอุปกรณ์เสริมสำหรับเครื่องบินรบ F-16 ให้กับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มูลค่าประมาณ 8,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เรดาห์สำหรับระบบป้องกันภัยทางอากาศและขีปนาวุธให้กับคูเวต มูลค่าประมาณ 8,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงสนับสนุนด้านอากาศยานและยุทโธปกรณ์ให้กับจอร์แดน มูลค่าประมาณ 70.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยคู่สัญญาในการขายอาวุธ ได้แก่ บริษัท RTX Corporation, Northrop Grumman และ Lockheed Martin (Reuters)