สนข. MercoPress รายงานเมื่อ 24 มี.ค.69 อ้าง โฆษกรัฐบาลอาร์เจนตินา ภายใต้ประธานาธิบดีฮาเวียร์ มิเลย์ เปิดเผยว่า รัฐบาลอาร์เจนตินาพร้อมจะให้ความช่วยเหลือทุกรูปแบบ ที่สหรัฐฯ เห็นว่าจำเป็น หากมีคำร้องขออย่างเป็นทางการ สอดคล้องกับนายปาโบล กีร์โน รมว.กต.อาร์เจนตินา ที่ชี้แจงว่า รัฐบาลอาร์เจนตินามีจุดยืนสนับสนุนสหรัฐฯ อย่างชัดเจน แต่ไม่ได้ระบุถึงการส่งกำลังทหารอาร์เจนตินาไปภูมิภาคตะวันออกกลาง เพื่อช่วยสหรัฐฯ สู้รบกับอิหร่าน แต่อย่างใด โดยท่าทีดังกล่าวของเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลอาร์เจนตินา มีขึ้นในห้วงที่สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ และอิสราเอล ทวีความตึงเครียดและไม่มีสัญญาณจะยุติ ประกอบกับที่ผ่านมา ประธานาธิบดีมิเลย์ ของอาร์เจนตินา ซึ่งป็นพันธมิตรใกล้ชิดประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ มีท่าทีเป็นปฏิปักษ์ต่ออิหร่านอย่างต่อเนื่อง โดยเคยกล่าวกับสื่อมวลชนว่า อิหร่านเป็นศัตรูของอาร์เจนตินา พร้อมอ้างศาลอาร์เจนตินามีคำวินิจฉัยจากหลักฐานว่า อิหร่านมีความเชื่อมโยงกับเหตุโจมตีด้วยรถบรรทุกระเบิด (car bomb) ต่อ สอท.อิสราเอล ประจำกรุงบัวโนสไอเรส (เมืองหลวง) อาร์เจนตินา เมื่อปี 2535 และอาคารสมาคมชาวยิวในอาร์เจนตินา (Asociación Mutual Israelita Argentina-AMIA) เมื่อปี 2537 นอกจากนี้ยังกล่าวเชิงสนับสนุนสหรัฐฯ และอิสราเอล ที่ใช้ปฏิบัติการทางทหารเพื่อเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองของอิหร่าน ขณะเข้าร่วมพิธีรำลึกครบรอบ 34 ปี เหตุระเบิด สอท.อิสราเอล ที่จัดขึ้นเมื่อ 17 มี.ค.69
ทั้งนี้ ฝ่ายค้านในอาร์เจนตินาแสดงท่าทีต่อต้านความเคลื่อนไหวของรัฐบาลอาร์เจนตินา ดังกล่าวข้างต้น โดยเรียกร้องให้ประธานาธิบดีมิเลย์ และรัฐบาลอาร์เจนตินา หลีกเลี่ยงการนำประเทศเข้าไปมีส่วนในสงครามระหว่างประเทศ นอกจากนี้ยังมีความพยายามเสนอร่างกฎหมาย 2 ฉบับ ต่อรัฐสภา เพื่อควบคุมรัฐบาลให้ระมัดระวังการแถลงหรือการแสดงจุดยืนที่เข้าข่ายสนับสนุนการทำสงคราม อาทิ การประกาศพร้อมให้ความช่วยเหลือทางทหาร หรือการใช้ถ้อยคำโจมตีประเทศอื่น พร้อมเตือนว่ารัฐบาลไม่มีอำนาจตัดสินใจพาประเทศเข้าสงครามได้ หากไม่ได้รับการอนุมัติจากรัฐสภา