ทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency – IEA) ประเมินเมื่อ 26 มี.ค.69 ว่า สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อความมั่นคงด้านพลังงานโลกอย่างร้ายแรง โดยเฉพาะการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันจากการการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ทั้งนี้ นาย Fatih Birol ผู้อำนวยการ IEA ระบุว่าพร้อมพิจารณาปล่อยน้ำมันสำรองเพิ่มเติมหากมีความจำเป็น เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อราคาพลังงานและตลาดโลก หลังจากประเทศสมาชิกมีมติร่วมกันปล่อยน้ำมันสำรองแล้วจำนวน 400 ล้านบาร์เรล แต่ยังเป็นเพียงร้อยละ 20 ของปริมาณสำรองทั้งหมด โดยย้ำว่า IEA พร้อมดำเนินมาตรการเพิ่มเติมทันทีหากสถานการณ์ความตึงเครียดด้านพลังงานยืดเยื้อ นอกจากนี้ IEA กำลังติดตามสถานการณ์ความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในภูมิภาคอย่างใกล้ชิด ขณะที่ ญี่ปุ่นซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศสมาชิก IEA และพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางร้อยละ 95 เริ่มดำเนินมาตรการปล่อยน้ำมันสำรองทั้งจากภาคเอกชนและภาครัฐ เพื่อรองรับความเสี่ยงด้านอุปทานและรักษาเสถียรภาพด้านพลังงานภายในประเทศ