สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง 8 เม.ย. 69
เผยแพร่เมื่อ : April 8, 2026, 11:12 a.m. | เข้าชม : 304
Update !! สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง 8 เม.ย. 69

- สหรัฐฯ และอิหร่านตกลงหยุดยิงเป็นเวลา 2 สัปดาห์ นาย Donald Trump ปธน.สหรัฐฯ โพสต์ Truth Social ตกลงที่จะหยุดยิงและระงับการโจมตีอิหร่านเป็นเวลา 2 สัปดาห์ตามคำขอของปากีสถาน ภายใต้เงื่อนไขว่าอิหร่านต้องเปิดช่องแคบฮอร์มุซทันที และปลอดภัย พร้อมระบุว่า สหรัฐฯ บรรลุเป้าหมายทางทหารทั้งหมดแล้ว และกำลังก้าวหน้าอย่างมากในการทำข้อตกลงเพื่อสันติภาพระยะยาวกับอิหร่าน รวมถึงสันติภาพในภูมิภาค ตอ.กลาง ซึ่งเชื่อว่าเงื่อนไข 10 ข้อของอิหร่านสามารถใช้เป็นพื้นฐานสำหรับการเจรจาได้ โดยสหรัฐฯ และอิหร่านเห็นพ้องในประเด็นขัดแย้งที่ผ่านมาเกือบทั้งหมดแล้ว และช่วงเวลา 2 สัปดาห์นี้จะเปิดโอกาสให้สามารถบรรลุข้อตกลงได้อย่างสมบูรณ์ ด้านสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่านระบุว่า อิหร่านยอมรับการหยุดยิงเป็นเวลา 2 สัปดาห์ แต่ย้ำว่าการยอมรับการหยุดยิงไม่ได้หมายความว่าสงครามยุติ หากฝ่ายศัตรูทำผิดแม้เพียงเล็กน้อยอิหร่านจะตอบโต้อย่างเต็มกำลัง ขณะที่ปากีสถานซึ่งเป็นคนกลางในการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ระบุว่า การหยุดยิงจะครอบคลุมถึงการสู้รบระหว่างอิสราเอลและกลุ่ม Hezbollah ในเลบานอนด้วย โดยมีผลบังคับใช้ทันที พร้อมเชิญผู้แทนของอิหร่านและสหรัฐฯ เจรจาที่กรุงอิสลามาบัด ปากีสถาน ใน 10 เม.ย. 69 (AP, BBC)
- จีนและรัสเซียใช้สิทธิยับยั้งมติ UNSC เกี่ยวกับการคุ้มครองการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ จีนและรัสเซียใช้สิทธิยับยั้ง (Veto) ร่างข้อมติคุ้มครองการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซที่เสนอโดยบาห์เรนในที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) เมื่อ 7 เม.ย. 69 โดยร่างข้อมติดังกล่าวสนับสนุนให้ประเทศต่าง ๆ ประสานความร่วมมือเพื่อปกป้องการเดินเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งได้รับความเห็นชอบจาก 11 ประเทศ และงดออกเสียง 2 ประเทศ โดยจีนและรัสเซียระบุว่าร่างมติดังกล่าวมีอคติต่ออิหร่าน และทั้งสองประเทศเตรียมเสนอร่างข้อมติใหม่เกี่ยวกับสถานการณ์ในภูมิภาค ตอ.กลาง รวมถึงประเด็นความมั่นคงทางทะเล ขณะที่ ออท.สหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ ประณามการใช้สิทธิยับยั้งของจีนและรัสเซีย พร้อมเรียกร้องให้ประเทศที่มีความรับผิดชอบเข้าร่วมกับสหรัฐฯ ในการดูแลความปลอดภัยของช่องแคบฮอร์มุซ (Reuters)
- EIA ประเมินราคาน้ำมันอาจยังคงสูงต่อเนื่องหลายเดือนแม้ช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเปิด สนง.สารสนเทศด้านการพลังงาน (EIA) ของสหรัฐฯ เปิดเผยรายงานแนวโน้มพลังงานระยะสั้น โดยคาดการณ์ว่า น้ำมันดิบ Brent จะมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 96 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในปี 2569 เพิ่มขึ้นจากการคาดการณ์เดิมที่ 78.84 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และคาดว่าราคาขายปลีกของน้ำมันเบนซินและดีเซลจะยังคงปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากการฟื้นฟูการไหลเวียนของน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบจะใช้เวลาหลายเดือนหลังจากสงครามยุติ ซึ่งจะทำให้ราคาน้ำมันยังคงอยู่ในระดับสูงจนกว่ากำลังการผลิตและการขนส่งจะกลับสู่ภาวะปกติ (Reuters)
- อิสราเอลและกลุ่ม Hezbollah มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของ จนท.UNIFIL สหประชาชาติ (UN) เปิดเผยผลการสอบสวนเบื้องต้นกรณี จนท.ชาวอินโดนีเซีย 3 ราย ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในกองกำลังรักษาสันติภาพชั่วคราวของสหประชาชาติในเลบานอน (UNIFIL) เสียชีวิตเมื่อ 29-30 มี.ค. 69 ว่า เสียชีวิตจากกระสุนจากรถถังของอิสราเอล 1 ราย และอีก 2 รายเสียชีวิตจากระเบิดแสวงเครื่อง ซึ่งคาดว่าถูกวางโดยกลุ่ม Hezbollah โดยนาย Stephane Dujarric โฆษก UN ระบุว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่อาจยอมรับได้ และอาจเข้าข่ายอาชญากรรมสงครามภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ พร้อมเรียกร้องให้มีการสอบสวนและดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดเพื่อนำตัวมารับโทษตามกระบวนการยุติธรรม (Reuters)
- สหรัฐฯ เตือนกรณีแฮกเกอร์ที่สนับสนุนอิหร่านเจาะระบบโครงสร้างพื้นฐาน สนง.ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และโครงสร้างพื้นฐาน (CISA) สนง.สอบสวนกลาง (FBI) และ สนง.ความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ (NSA) ออกคำเตือนร่วมกันถึงกรณีกลุ่มแฮกเกอร์ที่เป็นพันธมิตรกับอิหร่านใช้โอกาสจากช่องโหว่จากอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เข้าควบคุมเครื่องมือในภาคส่วนสำคัญหลายแห่ง เพื่อขัดขวางการดำเนินงานและสร้างความเสียหายทางการเงิน จึงขอให้หน่วยงานในสหรัฐฯ เร่งตรวจสอบระบบป้องกันภัยไซเบอร์ของตนเอง ทั้งนี้ นับตั้งแต่ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่านเริ่มต้นขึ้น พบกลุ่มแฮกเกอร์ที่สนับสนุนอิหร่านโจมตีทางไซเบอร์ที่มุ่งเป้าไปยังหน่วยงานหรือโครงสร้างพื้นฐานของสหรัฐฯ และอิสราเอลหลายครั้ง เช่น ท่าเรือ ระบบผลิตน้ำ (AP)
- ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงหลังจากสหรัฐฯ และอิหร่านประกาศหยุดยิง ราคาน้ำมันโลกปรับตัวลดลงอย่างมากหลังจากสหรัฐฯ และอิหร่านประกาศตกลงหยุดยิงเป็นเวลา 2 สัปดาห์ โดยราคาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ลดลงร้อยละ 14.7 เหลือ 96.27 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ Brent ลดลงร้อยละ 14.4 อยู่ที่ 93.48 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล (Reuters)