สำนักข่าวกรองแห่งชาติ
| ค้นหา |

สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง 9 เม.ย. 69

เผยแพร่เมื่อ : April 9, 2026, 12:59 p.m. | เข้าชม : 312

Update !! สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง 9 เม.ย. 69


  • อิสราเอลโจมตีเลบานอนครั้งใหญ่ กองทัพอิสราเอลปฏิบัติการโจมตีเลบานอนครั้งใหญ่ที่สุดเมื่อ 8 เม.ย. 69 โดยมีเป้าหมายโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางทหารของกลุ่ม Hezbollah มากกว่า 100 แห่งในกรุงเบรุต หุบเขาเบกา และเลบานอนตอนใต้ ด้านหน่วยงานป้องกันภัยพลเรือนของเลบานอนระบุว่า มีผู้เสียชีวิตรวม 254 คน และบาดเจ็บมากกว่า 1,100 คนทั่วประเทศ โดยกรุงเบรุตมีผู้เสียชีวิตสูงสุดถึง 91 คน ถือเป็นวันที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดนับตั้งแต่การสู้รบระหว่างอิสราเอลกับกลุ่ม Hezbollah เริ่มต้นขึ้นเมื่อ 2 มี.ค. 69 ขณะที่นาย Volker Turk ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ประณามการโจมตีของอิสราเอล พร้อมเรียกร้องให้มีการสอบสวนและนำผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย (Reuters, The Guardian, AFP)

  • อิหร่านกล่าวหาสหรัฐฯ ละเมิดข้อตกลงหยุดยิง นาย Mohammad Bagher Ghalibaf ประธานรัฐสภาอิหร่าน อ้างว่าสหรัฐฯ ละเมิดข้อตกลงหยุดยิง เนื่องจาก 1) ไม่ยุติการโจมตีในเลบานอน 2) รุกล้ำน่านฟ้าอิหร่าน และ 3) ปฏิเสธสิทธิของอิหร่านในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม ด้านนาย Abbas Araghchi รมว.กต.อิหร่าน ระบุว่า สหรัฐฯ ต้องเลือกระหว่างการหยุดยิง หรือทำสงครามต่อไปผ่านอิสราเอล ขณะที่นาย JD Vance รอง ปธน.สหรัฐฯ ระบุว่า สหรัฐฯ ไม่เคยตกลงในประเด็นเกี่ยวกับเลบานอน และหนึ่งในข้อเรียกร้องหลักของนาย Donald Trump ปธน.สหรัฐฯ คือให้รัฐบาลอิหร่านยุติการครอบครองยูเรเนียมเสริมสมรรถนะ อย่างไรก็ตาม เห็นว่าข้อกล่าวหาของนาย Ghalibaf เป็นสัญญาณเชิงบวกว่ายังมีหลายประเด็นที่สหรัฐฯ และอิหร่านเห็นพ้องกัน (CNN, BBC)

  • นรม.อิสราเอลยืนยันการหยุดยิงกับอิหร่านไม่ครอบคลุมกลุ่ม Hezbollah นาย Benjamin Netanyahu นรม.อิสราเอล แถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์หลังจากสหรัฐฯ ประกาศหยุดยิงชั่วคราวกับอิหร่านว่า การตกลงหยุดยิงมีการประสานกับอิสราเอล แต่ย้ำว่าปฏิบัติการยังไม่สิ้นสุด และยืนยันว่าการหยุดยิงกับอิหร่านไม่ครอบคลุมถึงกลุ่ม Hezbollah โดยอิสราเอลพร้อมจะกลับมาสู้รบกับอิหร่านเมื่อจำเป็น ซึ่งอิหร่านอ่อนแอลงมาก ขณะที่อิสราเอลแข็งแกร่งขึ้น การสู้รบที่ผ่านมาได้ขัดขวางการพัฒนาโครงการอาวุธนิวเคลียร์และความสามารถในการผลิตขีปนาวุธของอิหร่าน นอกจากนี้ยังยกย่องมิตรภาพระหว่างอิสราเอลกับสหรัฐฯ ที่ได้สร้างการเปลี่ยนแปลงในภูมิภาค ตอ.กลาง (BBC, AP, Times of Israel)

  • อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซเพื่อตอบโต้การโจมตีของอิสราเอลต่อเลบานอน สื่อทางการอิหร่านรายงานว่า อิหร่านได้ปิดช่องแคบฮอร์มุซเพื่อตอบโต้การโจมตีของอิสราเอลต่อเลบานอน ด้าน Windward บริษัทข่าวกรองทางทะเล ระบุว่า มีเรือเพียง 11 ลำที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อ 8 เม.ย. 69 ซึ่งใกล้เคียงกับวันก่อนหน้า และเรือทุกลำยังคงต้องประสานกับทางการอิหร่านเพื่อการเดินเรืออย่างปลอดภัย โดยอิหร่านเรียกเก็บเงินจากผู้ขนส่งน้ำมันในอัตรา 1 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่สามารถบรรทุกได้ถึง 3 ล้านบาร์เรล และต้องชำระเป็นสกุลเงินคริปโตเคอร์เรนซี นอกจากนี้ ยังระบุว่า มีการสื่อสารทางวิทยุจากอิหร่านถึงเรือบรรทุกน้ำมันในอ่าวเปอร์เซีย เตือนว่าเรือที่ผ่านทางโดยไม่ได้รับอนุญาตอาจถูกโจมตี (AP)

  • ผู้นำชาติตะวันตกเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพข้อตกลงหยุดยิง ผู้นำสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส อิตาลี เยอรมนี แคนาดา เดนมาร์ก เนเธอร์แลนด์ สเปน คณะกรรมาธิการยุโรป และคณะมนตรียุโรป ออกแถลงการณ์ร่วมแสดงความยินดีต่อข้อตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน พร้อมขอบคุณปากีสถานและผู้มีส่วนร่วมเป็นคนกลางอำนวยความสะดวกให้เกิดข้อตกลงสำคัญดังกล่าว โดยสนับสนุนให้มีการเจรจาเพื่อยุติสงครามโดยเร็วและยั่งยืน และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง รวมถึงในเลบานอน (BBC)

  • ราคาน้ำมันกลับมาปรับตัวสูงขึ้นหลังอิหร่านกล่าวหาว่าสหรัฐฯ ละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นในวันนี้ (9 เม.ย. 69) โดยราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวสูงขึ้นร้อยละ 2.52 อยู่ที่ 97.14 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.72 อยู่ที่ 96.96 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หลังจากอิหร่านกล่าวหาว่าสหรัฐฯ ละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ทำให้เกิดความกังวลว่าความตึงเครียดอาจรุนแรงขึ้นอีกครั้งและส่งผลกระทบต่ออุปทานพลังงาน (CNBC)