สำนักข่าวกรองแห่งชาติ
| ค้นหา |

สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง 14 เม.ย. 69

เผยแพร่เมื่อ : April 14, 2026, 10:15 a.m. | เข้าชม : 292

Update !! สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง 14 เม.ย. 69


  • ปธน.สหรัฐฯ ขู่โจมตีเรืออิหร่านหากเข้าใกล้เขตปิดล้อม นาย Donald Trump ปธน.สหรัฐฯ โพสต์ Truth Social ระบุว่า มาตรการปิดล้อมเรือที่เข้า-ออกจากอิหร่านมีผลบังคับใช้แล้ว พร้อมข่มขู่ว่าจะใช้กำลังยิงทำลายเรือจู่โจมเร็วของอิหร่านทันที หากเข้าใกล้เขตปิดล้อม โดยเปรียบเทียบรูปแบบการปฏิบัติการกับการโจมตีทางอากาศที่เคยใช้ปราบปรามการลักลอบขนยาเสพติดทางทะเล พร้อมทั้งระบุว่าอิหร่านได้ติดต่อเพื่อขอเจรจาทำข้อตกลง แต่สหรัฐฯ จะไม่ยอมรับเงื่อนไขใดที่เปิดทางให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ (Reuters)

  • จีนคัดค้านการปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน นาย Wang Yi รมว.กต.จีน ได้หารือทางโทรศัพท์กับนาย Ishaq Dar รมว.กต.ปากีสถาน โดยฝ่ายจีนระบุว่า การปิดล้อมท่าเรือของอิหร่านไม่เป็นผลดีต่อผลประโยชน์ร่วมกันของโลก และเสี่ยงกระทบต่อสถานะการหยุดยิง จึงเรียกร้องให้ประชาคมโลกร่วมคัดค้านการกระทำที่บ่อนทำลายข้อตกลงหยุดยิงหรือเพิ่มความรุนแรงของสถานการณ์สู้รบ พร้อมสนับสนุนให้ปากีสถานมีบทบาทมากขึ้นในการช่วยคลี่คลายความขัดแย้ง และยืนยันว่าจีนพร้อมมีส่วนร่วมในกระบวนการดังกล่าวเช่นกัน (Reuters)

  • กลุ่ม Hezbollah จะไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงจากการเจรจาระหว่างเลบานอนกับอิสราเอล นาย Wafiq Safa จนท.ระดับสูงของกลุ่ม Hezbollah ระบุว่า กลุ่มจะไม่ยอมรับหรือปฏิบัติตามข้อตกลงใด ๆ ที่อาจเกิดจากการเจรจาระหว่างเลบานอนกับอิสราเอลที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ในวันนี้ (14 เม.ย. 69) ซึ่งนาย Marco Rubio รมว.กต.สหรัฐฯ จะเข้าร่วมการประชุมด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ดี นาย Safa ย้ำว่าการติดอาวุธของ Hezbollah เป็นกิจการภายในของเลบานอน ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับสหรัฐฯ หรืออิสราเอล และจะพิจารณาเจรจากับรัฐบาลเลบานอนเรื่องการปลดอาวุธ ก็ต่อเมื่อมีการหยุดยิงและอิสราเอลถอนกำลังทหารออกจากเลบานอนแล้วเท่านั้น (AP, Anadolu Agency)
  • IMF World Bank IEA เตือนสงครามกระทบโครงสร้างเศรษฐกิจโลก IMF World Bank และ IEA ออกแถลงการณ์ร่วมเตือนว่า สงครามในภูมิภาค ตอ.กลาง จะส่งผลกระทบเชิงโครงสร้างต่อเศรษฐกิจโลกอย่างรุนแรง โดยเฉพาะกลุ่มประเทศยากจนที่ต้องเผชิญต้นทุนพลังงานและปุ๋ยที่ปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และแม้การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะฟื้นตัวในอนาคตแต่ราคาพลังงานจะยังคงสูงจากความเสียหายของโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมยืนยันจะติดตามและประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจประเทศต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด และประสานมาตรการตอบสนองและสนับสนุนประเทศสมาชิก (The Straits Times)

  • FAO เตือนปิดช่องแคบฮอร์มุซเสี่ยงวิกฤตอาหารโลก องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) เตือนว่าการปิดหรือชะลอการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง กำลังกระทบห่วงโซ่อุปทานโลก โดยเฉพาะการขนส่งพลังงานและปุ๋ย ส่งผลให้เกษตรกรขาดแคลนปัจจัยการผลิตในช่วงฤดูเพาะปลูก โดยประเมินว่า หากสถานการณ์ยืดเยื้อ อาจนำไปสู่วิกฤตอาหารครั้งใหญ่ที่มีความรุนแรงใกล้เคียงช่วง COVID-19 และจะส่งผลกระทบหนักต่อประเทศรายได้น้อยผ่านราคาสินค้าอาหารที่ปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง (CNN)