องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization-FAO) รายงานเมื่อ 13 เม.ย.69 เกี่ยวกับการประเมินของนักเศรษฐศาสตร์ประจำ FAO ว่า การปิดช่องแคบฮอร์มุซจากความขัดแย้งในภูมิภาค ตอ.กลางทำให้การขนส่งพลังงานและปุ๋ยหยุดชะงัก และส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังภาคเกษตรและอาหารในระดับโลก โดยคาดว่าสถานการณ์จะทวีความรุนแรงขึ้นในห้วง พ.ค.69 เนื่องจากเกษตรกรอาจจำเป็นต้องพิจารณาเปลี่ยนพันธุ์พืชเพื่อปรับการเพาะปลูกให้สอดคล้องกับกับปริมาณปุ๋ยที่มีอยู่จำกัด รวมถึงจัดสรรที่ดินและทรัพยากรลดลงจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ส่งผลให้ปริมาณอาหารทั่วโลกลดลง ขณะเดียวกันภาคการเกษตรยังเสี่ยงได้รับผลกระทบซ้ำเติมจากปรากฏการณ์เอลนีโญในปี 2569 ซึ่งยิ่งทำให้สถานการณ์ด้านอุปทานอาหารของโลกเลวร้ายลง FAO จึงเรียกร้องให้ทุกประเทศพิจารณาหลีกเลี่ยงข้อจำกัดการส่งออกพลังงานและปุ๋ย และให้สถาบันพหุภาคีจัดหาเงินทุนให้กับประเทศที่ประสบปัญหา