สนข.Nikkei Asia รายงานเมื่อ 13 พ.ค.69 โดยสื่อญี่ปุ่นชี้ว่า วิกฤตเมียนมายังคงเป็นประเด็นท้าทายที่สะท้อนความแตกแยกทางความคิดและความเป็นเอกภาพภายในอาเซียนอย่างต่อเนื่อง ภายหลังการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 48 ที่เมืองเซบู ฟิลิปปินส์ ห้วง 7-9 พ.ค.69 โดยหลายประเทศสมาชิกยังไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งและการเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลพลเรือนของเมียนมา ภายใต้การนำของประธานาธิบดีมินอองไลง์ ของเมียนมา ประเด็นสำคัญที่ก่อให้เกิดความเห็นต่างภายในอาเซียน คือ การปฏิบัติตามหลักฉันทามติ 5 ข้อ (Five-Point Consensus – 5PC) ที่อาเซียนกำหนดขึ้นเมื่อปี 2564 ภายหลังการรัฐประหารในเมียนมา โดยกำหนดเงื่อนไขสำคัญก่อนที่เมียนมาจะสามารถกลับเข้าร่วมการประชุมระดับสูงของอาเซียนได้ ได้แก่ การยุติความรุนแรง การเปิดการเจรจาอย่างครอบคลุมกับทุกฝ่ายในความขัดแย้ง การอำนวยความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และการแต่งตั้งผู้แทนพิเศษอาเซียนเพื่อประสานงานกับเมียนมา โดยสิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ยังคงยึดมั่นต่อเงื่อนไขดังกล่าว ขณะที่ไทย ลาว กัมพูชา และบรูไน มีแนวโน้มสนับสนุนการผ่อนคลายท่าทีต่อรัฐบาลเมียนมามากขึ้น ภายหลังการเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลพลเรือน ส่วนฟิลิปปินส์ยังคงมีท่าทีระมัดระวังและมีข้อสงสัยต่อความจริงจังของการเปลี่ยนแปลงในเมียนมา ขณะที่เวียดนามหลีกเลี่ยงการแสดงจุดยืนอย่างชัดเจน และติมอร์-เลสเตยังคงมีท่าทีคัดค้านรัฐบาลเมียนมาอย่างต่อเนื่อง