สำนักข่าวกรองแห่งชาติ
| ค้นหา |

สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง 15 พ.ค. 69

เผยแพร่เมื่อ : May 15, 2026, 10:36 a.m. | เข้าชม : 237

Update !! สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง 15 พ.ค. 69


  • ผู้นำสหรัฐฯ และจีนเห็นพ้องถึงความจำเป็นในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ทำเนียบ ปธน.สหรัฐฯ เปิดเผยภายหลังการประชุมสุดยอดระหว่างนาย Donald Trump ปธน.สหรัฐฯ กับนาย Xi Jinping ปธน.จีน ที่กรุงปักกิ่ง จีน เมื่อ 14 พ.ค. 69 ว่า ผู้นำทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องถึงความจำเป็นในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อสนับสนุนการขนส่งพลังงานอย่างเสรี โดยจีนแสดงจุดยืนคัดค้านการทำให้ช่องแคบฮอร์มุซกลายเป็นพื้นที่ทางทหาร และความพยายามเรียกเก็บค่าผ่านทาง นอกจากนี้ ทั้งสองประเทศยังเห็นพ้องกันว่าอิหร่านต้องไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ ด้าน ปธน.Trump ให้สัมภาษณ์ Fox News ระบุว่า ปธน.Xi เสนอช่วยเจรจาเพื่อยุติสงครามกับอิหร่าน และเปิดช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงให้คำมั่นว่าจะไม่จัดหายุทโธปกรณ์ทางทหารให้แก่อิหร่าน (Al Jazeera, Time)
  • อิหร่านเรียกร้องให้กลุ่ม BRICS ประณามการรุกรานของสหรัฐฯ และอิสราเอล นาย Abbas Araghchi รมว.กต.อิหร่าน เข้าร่วมการประชุมระดับ รมว.กต. กลุ่ม BRICS ที่กรุงนิวเดลี อินเดีย เมื่อ 14 พ.ค. 69 โดยเรียกร้องให้สมาชิกกลุ่ม BRICS ประณามการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศของสหรัฐฯ และอิสราเอล รวมถึงการรุกรานอิหร่านอย่างผิดกฎหมาย นอกจากนี้ ยังระบุว่า สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) มีส่วนร่วมโดยตรงในการรุกรานอิหร่าน และวิจารณ์ UAE กรณีไม่ประณามการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล พร้อมเรียกร้องให้ UAE ทบทวนนโยบายต่ออิหร่าน (Al Jazeera, Anadolu Agency)
  • สหรัฐฯ ระบุการเจรจาระหว่างอิสราเอลกับเลบานอนเป็นไปในทิศทางบวก จนท.กต.สหรัฐฯ เปิดเผยถึงการเจรจาระหว่างอิสราเอลกับเลบานอนรอบที่ 3 ซึ่งมีสหรัฐฯ เป็นคนกลาง ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐฯ เมื่อ 14 พ.ค. 69 ว่า เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและมีทิศทางเชิงบวก และการเจรจาจะดำเนินต่อในวันนี้ (15 พ.ค. 69) ซึ่งทั้งเลบานอนและอิสราเอลต่างเพิ่มจำนวนคณะผู้แทน โดยมีนาย Simon Karam ผู้แทนพิเศษของ ปธน.เลบานอน และนาย Yossi Draznin รองที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติอิสราเอล เข้าร่วมการเจรจาด้วย จากการประชุมรอบก่อนหน้าที่มีเพียง ออท.ประจำสหรัฐฯ เข้าร่วม ทั้งนี้ ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลกับเลบานอนมีกำหนดสิ้นสุดลงใน 17 พ.ค. 69 (Reuters)
  • สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ไม่ผ่านร่างมติจำกัดอำนาจ ปธน.สหรัฐฯ ในการทำสงครามกับอิหร่าน ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เมื่อ 14 พ.ค. 69 มีมติ 212 ต่อ 212 เสียง ไม่ถึงเกณฑ์เสียงข้างมากในการรับรองร่างมติที่เสนอโดยสมาชิกพรรคเดโมแดรตเพื่อมุ่งจำกัดอำนาจของ ปธน.Trump ในการทำสงครามกับอิหร่าน นับเป็นครั้งที่ 3 ของสภาผู้แทนราษฏรในการลงมติเกี่ยวกับอำนาจในการทำสงคราม ขณะที่มีความพยายามลงมติในวุฒิสภามาแล้ว 7 ครั้ง อย่างไรก็ดี ผลการลงมติเริ่มมีคะแนนใกล้เคียงกันมากขึ้น โดยสมาชิกพรรคเดโมแครตเรียกร้องให้ ปธน.Trump ขออนุมัติจากรัฐสภาเพื่อใช้กำลังทหารในความขัดแย้งกับอิหร่าน ด้านพรรครีพับลิกันระบุว่า การดำเนินการของ ปธน.Trump ชอบด้วยกฎหมายและอยู่ภายใต้สิทธิในฐานะผู้บัญชาการสูงสุด (Reuters)
  • ราคาน้ำมันมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นเนื่องจากการเจรจาเพื่อยุติสงครามไม่มีความคืบหน้า ราคาน้ำมันดิบ Brent อยู่ที่ระดับ 106 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ด้านราคาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) อยู่ที่ระดับ 102 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล โดยราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นในรอบสัปดาห์เนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซยังคงปิดอยู่ ขณะที่ความพยายามเพื่อยุติสงครามยังอยู่ในภาวะหยุดชะงัก (Bloomberg)