สำนักงานของนาย Gideon Sa’ar รมว.กต.อิสราเอล เผยแพร่แถลงการณ์เมื่อ 17 พ.ค.69 ว่า ครม.อิสราเอลลงมติเป็นเอกฉันท์เห็นชอบมาตรการจูงใจทางการเงินเพื่อสนับสนุนให้นานาประเทศย้าย สอท.ไปยังนครเยรูซาเลม ซึ่งข้อเสนอดังกล่าวจัดทำโดยนาย Sa’ar และนาย Yariv Levin รมว.กระทรวงกิจการเยรูซาเลมและมรดกแห่งชาติ เพื่อส่งเสริมให้ทั่วโลกยอมรับว่าเยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงของอิสราเอลมากขึ้นผ่านการดำเนินการย้าย สอท.ไปยังเมืองดังกล่าว ขณะที่งบประมาณเพื่อการนี้จะได้รับการจัดสรรจากทั้ง กต.และกระทรวงกิจการเยรูซาเลมและมรดกแห่งชาติ เพื่อนำไปใช้สนับสนุนค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งหรือการย้าย สอท. ตลอดจนการจัดหาที่พักอาศัยและการอำนวยความสะดวกด้านการวางแผนตามความจำเป็น ทั้งนี้ ปัจจุบันมี 7 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐฯ กัวเตมาลา ฮอนดูรัส คอซอวอ ปาปัวนิวกินี ปารากวัย และฟิจิ ตั้ง สอท.ในเยรูซาเลม ขณะที่เอกวาดอร์เปิดสำนักงานนวัตกรรมที่มีสถานะทางการทูตในเมืองดังกล่าวเมื่อ ธ.ค.68
อนึ่ง อิสราเอลถือว่าพื้นที่ทั้งหมดของนครเยรูซาเลม ซึ่งรวมถึงเยรูซาเลมตะวันออกที่หลายประเทศถือว่าเป็นดินแดนของปาเลสไตน์ แต่ถูกอิสราเอลผนวกเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของอิสราเอลเมื่อปี 2523 เป็นเมืองหลวงของอิสราเอล อย่างไรก็ดี ประชาคมระหว่างประเทศส่วนใหญ่ยังคงเห็นว่าการกำหนดสถานะและเขตแดนสุดท้ายของเยรูซาเลมควรได้รับการตกลงผ่านการเจรจากับฝ่ายปาเลสไตน์ก่อน จึงส่งผลให้หลายประเทศยังคงตั้ง สอท.ในกรุงเทลอาวีฟ ขณะที่มีสถานกงสุลใหญ่ในนครเยรูซาเลม