คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) จัดการประชุมสรุป (Briefing) สถานการณ์ในตะวันออกกลาง เมื่อ 19 พ.ค.69 ตามคำขอของบาห์เรน หลังเกิดเหตุโจมตีด้วยโดรนใกล้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Barakah ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อ 17 พ.ค.69 โดยนาย Rafael Grossi ผอ.ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) แถลงในที่ประชุมว่า หลังเกิดเหตุดังกล่าวแม้ระดับรังสีนิวเคลียร์ยังอยู่ในระดับปกติ และไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่การโจมตีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เป็นการละเมิดฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง ด้านสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ยืนยันโรงไฟฟ้ายังคงปลอดภัยและใช้งานได้ตามปกติ ขณะที่เดนมาร์ก ปานามา ฝรั่งเศส และปากีสถาน ประณามการโจมตีดังกล่าว และย้ำว่าการปกป้องโครงสร้างพื้นทางนิวเคลียร์ของพลเรือนเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของประชาคมระหว่างประเทศ ส่วนรัสเซียชี้ว่า สหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีโครงสร้างพื้นฐานนิวเคลียร์ของพลเรือนในอิหร่านเช่นกัน อย่างไรก็ดี จีนซึ่งดำรงตำแหน่งประธาน UNSC ประจำ พ.ค.69 ระบุว่า ความขัเแย้งในตะวันออกกลางยิ่งยุติลงเร็วเท่าใด ทั้งภูมิภาคจะยิ่งปลอดภัยมากขึ้น พร้อมกับระบุด้วยว่า จุดเริ่มต้นความขัดแย้งในภูมิภาคเกิดจากการโจมตีทางทหารโดยสหรัฐฯ และอิสราเอล