สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง 20 พ.ค. 69
เผยแพร่เมื่อ : May 20, 2026, 10:55 a.m. | เข้าชม : 156
Update !! สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง 20 พ.ค. 69

- สหรัฐฯ อาจโจมตีอิหร่านอีกครั้งหากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติสงคราม นาย Donald Trump ปธน.สหรัฐฯ ระบุเมื่อ 19 พ.ค. 69 ว่า สหรัฐฯ อาจโจมตีอิหร่านอีกครั้งในสัปดาห์นี้ หรือสัปดาห์หน้า หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติสงคราม และย้ำว่า สหรัฐฯ ไม่สามารถปล่อยให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์ได้ ด้านนาย JD Vance รอง ปธน.สหรัฐฯ ระบุว่า การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านมีความคืบหน้าในทิศทางที่ดี แต่สหรัฐฯ พร้อมกลับมาปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านอีกครั้งหากไม่สามารถบรรลุข้อตกลง ขณะที่โฆษกกองทัพอิหร่าน เตือนว่าอิหร่านจะเปิดแนวรบใหม่ หากสหรัฐฯ กลับมาโจมตีอิหร่านอีกครั้ง (France24, CNBC, DW)
- สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ระบุโดรนที่โจมตีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์มาจากอิรัก กห.สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เผยแพร่แถลงการณ์กรณีการโจมตีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Barakah เมื่อ 17 พ.ค. 69 พบว่า โดรนที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าวมีต้นทางมาจากอิรัก โดย UAE ยืนยันสิทธิในการดำเนินมาตรการที่จำเป็นเพื่อปกป้องอธิปไตยและความมั่นคงของประเทศตามกฎหมายและอนุสัญญาระหว่างประเทศ ด้านนาย Raphael Grossi ผอ.ทบวงการปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ระบุว่า การโจมตีดังกล่าวคุกคามความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ของ UAE และสร้างความกังวลต่อทั้งภูมิภาค ตอ.กลาง พร้อมเตือนว่าการโจมตีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Barakah โดยตรงอาจส่งผลให้เกิดการรั่วไหลของกัมมันตภาพรังสีในปริมาณสูงมาก (Arab News, Reuters)
- NATO ยังไม่มีแผนปฏิบัติการในช่องแคบฮอร์มุซ พล.อ. Alexus Grynkewich ผบ.กองกำลังผสมยุโรปของสหรัฐฯ ของ NATO ระบุว่า NATO ยังไม่มีการวางแผนสำหรับภารกิจในช่องแคบฮอร์มุซ โดยการพิจารณาปฏิบัติการในช่องแคบฮอร์มุซต้องมีการตัดสินใจทางการเมืองก่อน ด้านนักการทูตระบุว่า พันธมิตรบางส่วนเห็นว่า NATO มีศักยภาพและควรมีบทบาทในช่องแคบฮอร์มุซ แต่หลายประเทศคัดค้านที่ NATO จะเข้าไปมีส่วนร่วมในภูมิภาค ตอ.กลาง เนื่องจากอาจถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้ง จึงอาจไม่มีภารกิจของ NATO ในลักษณะเป็นทางการเกิดขึ้น (Reuters)
- สหรัฐฯ กำหนดมาตรการคว่ำบาตรบริษัทแลกเงินและเรือที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน กค.สหรัฐฯ กำหนดมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่ต่อบริษัท Amin Exchange บริษัทแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศของอิหร่าน เนื่องจากฟอกเงินให้ธนาคารและรัฐวิสาหกิจอิหร่านที่ถูกคว่ำบาตรผ่านเครือข่ายบริษัทในจีน ตุรกี และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ นอกจากนี้ ยังคว่ำบาตรเรือ 19 ลำที่จดทะเบียนในหลายประเทศ เช่น บาร์เบโดส ปานามา ฮ่องกง เนื่องจากมีส่วนเกี่ยวข้องในการขนส่งน้ำมันและปิโตรเคมีของอิหร่านไปยังต่างประเทศ (The Hill)
- วุฒิสภาสหรัฐฯ ผ่านร่างมติจำกัดอำนาจ ปธน.สหรัฐฯ ในการทำสงครามกับอิหร่าน วุฒิสภาสหรัฐฯ มีมีมติ 50 ต่อ 47 เสียง ผ่านร่างมติที่เสนอโดยพรรคเดโมแครต ซึ่งกำหนดให้รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาเพื่อปฏิบัติการทางทหารในอิหร่านต่อไป โดยมีวุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกัน 4 รายร่วมเห็นชอบร่างมติดังกล่าว ถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญของพรรคเดโมแครตหลังจากความพยายามล้มเหลวมาแล้ว 7 ครั้ง อย่างไรก็ตาม มีโอกาสน้อยที่ร่างมติจะกลายเป็นกฎหมาย เนื่องจากต้องผ่านการลงมติขั้นสุดท้ายในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา รวมถึง ปธน.สหรัฐฯ ซึ่งมีสิทธิ์ Veto ร่างมติดังกล่าว (CBS, CNBC)
- ราคาน้ำมันทรงตัวหลัง ปธน.สหรัฐฯ ระบุอาจโจมตีอิหร่านอีกครั้ง ราคาน้ำมันดิบ Brent ทรงตัวอยู่ที่ระดับ 111 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ด้านราคาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) อยู่ที่ระดับ 104 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล โดยตลาดอยู่ระหว่างติดตามและประเมินคำขู่ครั้งใหม่ของ ปธน.Trump ของสหรัฐฯ ที่ระบุว่า อาจโจมตีอิหร่านอีกครั้งหากอิหร่านไม่ยอมรับข้อตกลงสันติภาพ (Bloomberg)