ที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติว่าด้วยสถานการณ์ในตะวันออกกลางและปาเลสไตน์ (UNSC Briefing on The Situation in the Middle East, including the Palestinian question) เมื่อ 21 พ.ค.69 ระบุว่าการดำเนินการตาม ข้ออมติที่ 2803 (2568) ของ UNSC ที่ให้การรับรองแผนครอบคลุมเพื่อยุติความขัดแย้งในฉนวนกาซา (Comprehensive Plan to End the Gaza Conflict) ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ยังคงเผชิญความล่าช้า ส่งผลให้สถานการณ์ด้านความมั่นคงและมนุษยธรรมในพื้นที่มีความเปราะบางเพิ่มขึ้น แม้ข้อตกลงหยุดยิงจะช่วยลดระดับความรุนแรงลงในบางส่วน แต่ยังไม่สามารถสร้างเสถียรภาพหรือเริ่มกระบวนการฟื้นฟูได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ โครงสร้างพื้นฐานร้อยละ 80 ได้รับความเสียหายและถูกทำลาย ประชาชนจำนวนมากยังคงพลัดถิ่น โดยมีเกือบ 1 ล้านคนต้องการที่อยู่อาศัยเร่งด่วน ขณะที่ข้อจำกัดด้านเงินทุนและการเข้าถึงความช่วยเหลือยังเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการดำเนินงานด้านมนุษยธรรม โดยแผนระดมทุนฉุกเฉินปี 2569 ของ UN มูลค่ากว่า 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ได้รับการสนับสนุนเพียงร้อยละ 13 นอกจากนี้ ที่ประชุมยังย้ำความจำเป็นในการเร่งขับเคลื่อนแผนเปลี่ยนผ่าน เช่น กลุ่มติดอาวุธปาเลสไตน์จะต้องปลดอาวุธ และโอนอาวุธไปยัง คณะกรรมการแห่งชาติเพื่อการบริหารฉนวนกาซา (National Committee for the Administration of Gaza-NCAG) รวมทั้งถอนกำลังของอิสราเอล ควบคู่กับการสนับสนุนกองกำลังรักษาเสถียรภาพระหว่างประเทศ เพื่อป้องกันการกลับไปสู่ความขัดแย้งขนาดใหญ่ และเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนแนวทางการแก้ไขปัญหาแบบสองรัฐให้มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง