Human Rights Watch (HRW) เผยแพร่รายงานเมื่อ 27 พ.ค.69 ระบุว่า ตั้งแต่ห้วง ม.ค.68-มี.ค.69 สหรัฐฯ เนรเทศชาวต่างชาติที่พำนักในประเทศไปยังเม็กซิโก รวมทั้งสิ้นประมาณ 13,000 คน โดยที่ชาวคิวบาเป็นผู้ถูกเนรเทศกลุ่มใหญ่ที่สุด จำนวน 4,353 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงวัยซึ่งมีอายุมากกว่า 60 ปี มีปัญหาสุขภาพ และอาศัยอยู่ในสหรัฐฯ มาตั้งแต่ปี 2523 นอกจากนี้ ชาวคิวบาที่ถูกสหรัฐฯ เนรเทศมากกว่าร้อยละ 50 เคยมีประวัติอาชญากรรม แต่มีเพียงร้อยละ 16 ที่เป็นคดีอาญารุนแรง เช่น ทำร้ายร่างกาย ฆาตกรรม ปล้นโดยใช้อาวุธ ขณะที่ประมาณร้อยละ 25 ไม่มีประวัติอาชญากรรม อีกทั้งยังพบว่า ส่วนใหญ่ถูกควบคุมตัวระหว่างการรายงานตัวตามปกติกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐฯ (U.S. Immigration and Customs Enforcement-ICE) แต่บางรายถูกจับกุมในที่ทำงานหรือที่สาธารณะ โดยไม่ถูกนำตัวไปขึ้นศาล เพื่อคัดค้านการส่งตัวไปเม็กซิโก หลังจากคิวบาปฏิเสธรับตัวพลเมืองของตนกลับประเทศ อย่างไรก็ตาม HRW เห็นว่า กระบวนการเนรเทศผู้อพยพต่างชาติของสหรัฐฯ ไปยังเม็กซิโก หรือประเทศที่ 3 ยังขาดความชัดเจน จึงเรียกร้องให้สหรัฐฯ และเม็กซิโกเปิดเผยรายละเอียดข้อตกลงรับตัวผู้อพยพ และรับรองว่ากระบวนการดังกล่าวเป็นไปตามหลักกระบวนการยุติธรรมและกฎหมายระหว่างประเทศ อีกทั้งเรียกร้องให้เม็กซิโกรับประกันการเข้าถึงการรักษาพยาบาล และจัดหาแนวทางให้ผู้อพยพชาวคิวบา และชาติอื่น ๆ ที่ไม่สามารถกลับประเทศต้นทางได้ สามารถได้รับสถานะการพำนักที่ถูกกฎหมาย