Human Rights Watch (HRW) เผยแพร่รายงานเมื่อ 26 พ.ค.69 ว่า มีทหารรับจ้างชาวโคลอมเบียหลายร้อยคนได้รับการฝึกการสู้รบที่ค่ายฝึกในกรุงอาบูดาบี และภูมิภาค Al Dhafra ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ก่อนที่ UAE จะส่งตัวทหารรับจ้างดังกล่าวไปช่วยกองกำลังเคลื่อนที่เร็วของซูดาน (Rapid Support Forces-RSF) สู้รบกับกองทัพซูดาน (Sudanese Armed Forces-SAF) ซึ่งเป็นคู่ขัดแย้งหลักในสงครามกลางเมืองซูดานที่ดำเนินมาตั้งแต่ปี 2566 นอกจากนี้ ทหารรับจ้างชาวโคลอมเบียบางส่วน ยังเข้าไปทำหน้าที่ฝึกกำลังพลของ RSF ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็กและเยาวชน ในค่ายทหารรอบเมือง Nyala รัฐ South Darfur ตั้งแต่ เม.ย.68 ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับรายงานของคณะผู้เชี่ยวชาญติดตามสถานการณ์ในซูดานของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ที่ระบุเมื่อ ก.ย.68 ว่า มีทหารรับจ้างชาวโคลอมเบียเข้าร่วมกับ RSF สู้รบในหลายพื้นที่ของซูดาน ซึ่งรวมถึงกรุงคาร์ทูม และมีบทบาทหลักในการควบคุมอากาศยานไร้คนขับ ปืนใหญ่ และรถหุ้มเกราะ โดยได้รับการว่าจ้างผ่านบริษัท Global Security Services Group ซึ่งตั้งอยู่ในกรุงอาบูดาบี และมีนาย Mohammed Hamdan Al-Zaabi ชาว UAE เป็นประธานบริษัท
ทั้งนี้ HRW เรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศกดดัน UAE ให้ยุติการสนับสนุน RSF ในซูดาน ขณะที่ปัจจุบันสหรัฐฯ ดำเนินมาตรการคว่ำบาตรบุคคลและบริษัทหลายแห่งในโคลอมเบีย ฐานเกี่ยวข้องกับการส่งทหารรับจ้างชาวโคลอมเบียไปสู้รบร่วมกับ RSF ในซูดาน แต่กลับไม่ดำเนินมาตรการคว่ำบาตรต่อ UAE