องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (World Meteorological Organization – WMO) ประเมินเมื่อ 2 มิ.ย.69 ว่ามีโอกาสสูงถึงร้อยละ 80 ที่โลกจะเผชิญปรากฏการณ์เอลนีโญระหว่างห้วง มิ.ย. - ส.ค.69 ซึ่งจะทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้นและส่งผลให้เกิดสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง นาง Celeste Saulo เลขาธิการ WMO เตือนว่าอิทธิพลของเอลนีโญครั้งนี้แผ่ขยายไปไกลเกินกว่าจุดกำเนิดในมหาสมุทรแปซิฟิก ส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรกรรม พลังงาน การค้า ทรัพยากรน้ำ ห่วงโซ่อุปทาน และความเป็นอยู่ของประชาชน และระบุด้วยว่าการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศทำให้ผลกระทบของเอลนีโญรุนแรงขึ้น เนื่องจากมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศที่อุ่นขึ้นส่งผลให้พลังงานและความชื้นเพิ่มขึ้นและมีผลต่อเนื่องทำให้เกิดสภาพอากาศสุดขั้ว เช่น คลื่นความร้อนและฝนตกหนัก อย่างไรก็ดี WMO จะร่วมมือกับหน่วยงานด้านสภาพอากาศทั่วโลกในการติดตามตรวจสอบสภาพอากาศ เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจของรัฐบาล หน่วยงานด้านมนุษยธรรม รวมถึงภาคส่วนอื่นๆ ที่อ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ พร้อมกับย้ำว่าการพยากรณ์อากาศและระบบเตือนภัยล่วงหน้ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการช่วยชีวิตและลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจ