สนข. Reuters รายงานอ้างการประเมินของนาย Raouf Mazou ผู้ช่วยข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) เมื่อ 9 มิ.ย.69 ว่า นโยบายของไทยที่เปิดโอกาสให้ผู้ลี้ภัยชาวเมียนมาในค่ายพักพิงตามแนวชายสามารถทำงานได้อย่างถูกกฎหมาย จะเป็นต้นแบบให้แก่ประเทศอื่นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในการบริหารจัดการปัญหาผู้พลัดถิ่นระยะยาว โดยผู้ลี้ภัยมากกว่า 5,500 คน ได้รับการจ้างงานแล้ว ตั้งแต่เริ่มดำเนินโครงการเมื่อ ต.ค.68 จากจำนวนผู้ลี้ภัยที่มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการประมาณ 80,000 คน ทั้งนี้ ทางการไทยดำเนินมาตรการคุ้มครองสิทธิแรงงานของผู้ลี้ภัย เช่น การได้รับค่าจ้างไม่ต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำ การเข้าถึงบริการสาธารณสุข และการออกบัตรประจำตัวเพื่อใช้ยืนยันสถานะทางกฎหมาย ขณะที่ UNHCR คาดว่าอาจมีผู้ลี้ภัยอีก 10,000–20,000 คน ได้รับโอกาสในการทำงานภายในปี 2570 อย่างไรก็ดี ผู้ลี้ภัยยังเผชิญข้อจำกัดด้านการเดินทางและความท้าทายในการปรับตัวสู่การพึ่งพาตนเองหลังอาศัยอยู่ในค่ายพักพิงมาเป็นเวลานาน โดย UNHCR เห็นว่าการส่งเสริมการจ้างงานจะช่วยลดการพึ่งพาความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและเพิ่มศักยภาพในการดำรงชีวิตของผู้ลี้ภัยในระยะยาว