นาย Askolani อธิบดีกรมศุลกากรและสรรพาสามิต กค.อินโดนีเซีย เปิดเผยเมื่อ 11 พ.ย.67 ว่า รัฐบาลอินโดนีเซียมีแผนออกกฎห้ามส่งออกสินแร่ทองแดงใน ม.ค.68 ซึ่งจะทำให้ประเทศสูญเสียรายได้จากการจัดเก็บภาษีส่งออกประมาณ 10 ล้านล้านรูเปียต่อปี (ประมาณ 21,990 ล้านบาท) ในปี 2568 โดยตั้งเป้าจะดึงดูดนักลงทุนมาตั้งโรงงานแปรรูปทองแดงภายในประเทศ เพื่อเพิ่มมูลค่าและชดเชยรายได้ในส่วนนี้ ทั้งจากการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีเงินได้ และสร้างโอกาสในการจ้างงาน ซึ่งจะเหลือเฉพาะน้ำมันปาล์มดิบที่ยังเป็นแหล่งรายได้จากการส่งออกที่สำคัญ คิดเป็นมูลค่า ประมาณ 5 ล้านล้านรูเปียต่อปี (ประมาณ 10,995 ล้านบาท) การดำเนินการดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายหลักของอินโดนีเซียที่มุ่งกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจภายในประเทศด้วยการขับเคลื่อนธุรกิจปลายน้ำ ก่อนหน้านี้ อินโดนีเซียทยอยการห้ามส่งออกสินแร่สำคัญเพื่อตอบสนองนโยบายดังกล่าว เช่น นิกเกิล บอกไซต์