นายอันโตนิอู กุแตเรซ เลขาธิการ UN แถลงเมื่อ 30 ม.ค.68 แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ในเมียนมาที่ยังคงเลวร้ายลงอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่กองทัพเมียนมาก่อรัฐประหาร เมื่อ 1 ก.พ.64 โดยปัจจุบันมีประชากรในเมียนมาที่ต้องได้รับการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมจำนวน 19.9 ล้านคน หรือหนึ่งในสามของประชากรทั้งประเทศ เพิ่มขึ้นจาก 1 ล้านคน เมื่อช่วงก่อนเกิดการรัฐประหาร รวมถึงกังวลต่อการจัดการเลือกตั้งในขณะที่ความขัดแย้งยังทวีความรุนแรงและไม่มีหลักประกันแก่ประชาชนในการใช้สิทธิอย่างอิสระ สันติ และปลอดภัย ทั้งนี้ เลขาธิการ UN เรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความอดกลั้นสูงสุด ปกป้องสิทธิมนุษยชนและกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ และป้องกันการยุยงให้เกิดการใช้ความรุนแรง ร่วมมือกันมากขึ้นเพื่อยุติการสู้รบและช่วยเหลือประชาชนในการเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตยและกลับสู่การปกครองโดยพลเรือน และขอให้ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคส่งเสริมสิทธิการเข้าถึงความปลอดภัยและให้การคุ้มครองแก่ผู้หลบหนีภัยจากเมียนมา รวมถึงขอให้ประชาคมระหว่างประเทศช่วยเหลือและสนับสนุนประเทศที่รับผู้ลี้ภัยดังกล่าว