รายงานสถานการณ์ข่าวน่าสนใจ

17076 รายการ
 รายการวันที่เผยแพร่
  นรม.มาเลเซียยืนยันสิทธิในยึดครองเกาะที่อ้างสิทธิในทะเลจีนใต้ และเสนอแนวทางในการแก้ปัญหา
สนข.The Star เผยแพร่บทสัมภาษณ์เมื่อ 20 มิ.ย.61 ของตุนมหาเธร์ โมฮัมหมัด นรม.มาเลเซียต่อ สนข.South China Morning Post ว่า จีนอ้างว่าพื้นที่ในทะเลจีนใต้เป็นของจีน ในขณะที่มาเลเซียมีเกาะที่ยึดครองอยู่ในทะเลจีนใต้ 4 – 5 เกาะ ซึ่งมาเลเซียจะรักษาเกาะเหล่านี้ที่เป็นของมาเลเซียมาอย่างช้านานไว้ โดยไม่สนใจที่จะไปยึดครองเกาะอื่นๆ และมีแผนการที่จะพัฒนาเกาะเหล่านี้ ซึ่งมีสภาพเป็นโขดหิน ให้สามารถใช้เป็นที่มั่นในการรักษาความปลอดภัยในการเดินเรือ และการปราบปรามโจรสลัด นอกจากนี้ นรม.มาเลเซียระบุด้วยว่า ทะเลจีนใต้ควรเป็นพื้นที่สำหรับการค้า หากมีการดำเนินการให้เป็นพื้นที่เปิด จะเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย รวมทั้งจีน และระบุด้วยว่าเรือของกองทัพประเทศต่างๆ ในทะเลจีนใต้ควรเป็นเรือขนาดเล็กที่ใช้ในการปราบปรามโจรสลัด ไม่ใช่เรือรบขนาดใหญ่ที่อาจเกิดเหตุที่ทำให้เกิดการสู้รบโดยไม่ตั้งใจได้ โดยอาเซียนควรเป็นผู้รับผิดชอบในการลาดตะเวณโดยเรือขนาดเล็กในทะเลจีนใต้ ซึ่งจีนสามารถเข้าร่วมปฏิบัติการได้
20/06/2561
  สหรัฐฯ ประกาศถอนตัวจากคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ
สนข.Reuters รายงานว่า เมื่อ 19 มิ.ย.61 นายไมเคิล ปอมเปโอ รมว.กต.สหรัฐฯ และนางนิกกี ฮาลีย์ ออท.สหรัฐฯ / สหประชาชาติ ประกาศถอนสหรัฐฯ จากการเป็นสมาชิกคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNHRC) ก่อนจะครบวาระในปี 2562 โดยอ้างว่า สมาชิก UNHRC ไม่มีแรงจูงใจที่ปกป้องสิทธิมนุษยชนตามหน้าที่ แต่มีแรงจูงใจทางการเมือง โดยแสดงการเป็นปฏิปักษ์ต่ออิสราเอลมาโดยตลอด ขณะเดียวกันสมาชิก UNHRC ก็ละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเวเนซุเอลา จีน คิวบา และคองโก รวมทั้งสมาชิกบางส่วนได้แก่ รัสเซีย จีน คิวบา และอียิปต์ ยังดำเนินการขัดขวางความพยายามของสหรัฐฯ ในการปฏิรูป UNHRC ทั้งนี้ นับเป็นการถอนตัวจากพันธกรณีระหว่างประเทศครั้งล่าสุดของสหรัฐฯ ต่อจากข้อตกลงกรุงปารีสว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และข้อตกลงนิวเคลียร์ของอิหร่าน โดยสหรัฐฯ เป็นสมาชิก UNHRC ชาติแรกที่ประกาศถอนตัว
20/06/2561
  ปฏิกิริยาหลังจากสหรัฐฯ ประกาศถอนตัวจากคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ
ผู้นำประเทศและองค์กรระหว่างประเทศแสดงความผิดหวังที่สหรัฐฯ ประกาศถอนตัวจากคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNHRC) มีเพียงอิสราเอลที่แสดงความยินดี โดยโฆษกของเลขาธิการสหประชาชาติระบุว่า นาย Antonio Guterres เลขาธิการสหประชาชาติ ต้องการให้สหรัฐฯ อยู่ใน UNHRC ต่อไป ด้านนาย Zeid Raad al Hussein ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ เห็นว่าสหรัฐฯ ควรมีบทบาทในการยกระดับด้านสิทธิมนุษยชน ไม่ใช่การก้าวถอยหลัง สหภาพยุโรป (EU) ระบุว่า การถอนตัวเป็นการทำลายบทบาทของสหรัฐฯ ในฐานะผู้นำและผู้สนับสนุนประชาธิปไตยในเวทีโลก แต่ EU จะยืนหยัดปกป้องค่านิยมดังกล่าวต่อไป สำหรับ สหราชอาณาจักรแสดงผิดหวังที่สหรัฐฯ ถอนตัว เพราะเป็นภารกิจร่วมกันที่จะทำให้ UNHRC มีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้นจากภายใน ส่วนองค์กรพัฒนาเอกชน 12 กลุ่ม ยื่นหนังสือต่อ รมว.กต.สหรัฐฯ แสดงความวิตกกังวลว่า การถอนตัวของสหรัฐฯ จะกระทบต่อการทำงานด้านสิทธิมนุษยชน
20/06/2561
  จีนต้องสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับการเจาะระบบควบคุมดาวเทียมและเครือข่ายการติดต่อสื่อสาร
สนข.Reuters รายงานโดยอ้างการให้สัมภาษณ์ของนาย Vikram Thakur ผอ.ด้านเทคนิคของบริษัท Symantec ซึ่งเป็นผู้วิจัยเรื่องความปลอดภัยด้านไซเบอร์ของสหรัฐฯ เมื่อ 19 มิ.ย.61 ว่า เมื่อ ม.ค.61 มีการตรวจพบว่า เครื่องคอมพิวเตอร์ 3 เครื่องในจีน เกี่ยวข้องกับการเจาะระบบควบคุมวงโคจรและการปฏิบัติการของดาวเทียม เครือข่ายโทรคมนาคม และบริษัทคู่สัญญาในการจัดหาอาวุธ ในเอเชีย ตอ.ต.และสหรัฐฯ ซึ่งจะทำให้ระบบการสื่อสาร และระบบปฏิบัติการของดาวเทียมเกิดการขัดข้องได้ โดยการเจาะระบบดังกล่าว เข้าทาง Server ของระบบข้อมูลข่าวสารเป็นหลัก เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับ แล้วฝังโปรแกรมการควบคุมไว้ คาดว่าเป็นการดำเนินการของหน่วยงานของรัฐบาลต่างประเทศ (ไม่ระบุว่าเป็นรัฐบาลจีน) ซึ่งขณะนี้มีการกำจัดการเจาะระบบดังกล่าวแล้ว และ Symantac ได้แจ้ง สนง.สอบสวนกลาง (FBI) และกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐฯ และหน่วยงานด้านความมั่นคงในเอเชียแล้ว
20/06/2561
  รัสเซียและซาอุดีอาระเบียผลักดันให้มีการเพิ่มการผลิตน้ำมัน
สนข.Reuters รายงานเมื่อ 19 มิ.ย.61 โดยอ้างการให้สัมภาษณ์ของ รมว.พลังงานรัสเซีย หลังการประชุมกลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมัน (OPEC) เมื่อ 15 มิ.ย.61ว่า ซาอุดีอาระเบียและรัสเซียได้ผลักดัน OPEC และพันธมิตรให้เพิ่มการผลิตน้ำมันอีก 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน ตั้งแต่ ก.ค.61 เป็นต้นไป เนื่องจากความต้องการน้ำมันในไตรมาสที่ 3 ของปี 2561 จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และอาจทำให้เกิดสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกสูงเกินไป ขณะที่ อัลจีเรีย อิหร่าน และเวเนซูเอลา คัดค้านการเพิ่มผลผลิตน้ำมัน ทั้งนี้ คณะกรรมการฝ่ายเทคนิคของ OPEC มีการประชุมในวันที่ 18 มิ.ย.61 อีกครั้ง เพื่อทบทวนสภาวะตลาดและความต้องการน้ำมันตลอดปี 2018
20/06/2561
  ประธานาธิบดีสหรัฐฯมีแผนการที่จะเยือนมาเลเซียหลังการประชุมสุดยอดอาเซียนใน พ.ย.61
สนข.Thestar รายงานเมื่อ 19 มิ.ย.61 โดยอ้างคำให้สัมภาษณ์ของนาย Matttew Pottinger ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายกิจการเอเซีย สภาความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ ที่เข้าร่วมการประชุมเรื่องความมั่นคงที่มาเลเซียว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ต้องการเสริมสร้างความสัมพันธ์กับมาเลเซีย และ จนท.สหรัฐฯกำลังจัดเตรียมแผนการที่จะให้ประธานาธิบดีทรัมป์เยือนมาเลเซียหลังการประชุมสุดยอดอาเซียนที่มีขึ้นระหว่าง 11 - 15 พ.ย.61 ในสิงคโปร์ โดยนาย Pottinger มิได้ตอบคำถามที่ว่า ตุนมหาเธร์ โมฮัมหมัด นรม.มาเลเซียมีทัศนะไม่ค่อยดีกับสหรัฐฯ โดยเคยกล่าวว่า ตนไม่สนใจจะพบประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ตนเห็นว่าเป็นผู้มีบุคลิกแปรปรวน แต่ระบุว่า สหรัฐฯยังหวังว่าจะมีการกระชับสัมพันธ์ด้านทวิภาคีระหว่างทั้งสองประเทศ
20/06/2561
  รัฐบาลมาเลเซียจะใช้มาตรการผ่อนปรนด้านภาษีแก่นักลงทุนและจะผลักดันนโยบาย Look East
สนข.Reuters รายงานเมื่อ 19 มิ.ย.61 โดยอ้างคำให้สัมภาษณ์ของตุนมหาเธร์ โมฮัมหมัด นรม.มาเลเซียว่า มาเลเซียจะส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศทุกประเทศที่ส่งเสริมการนำเทคโนโลยีชั้นสูง การวิจัย และการพัฒนา เข้าไปยังมาเลเซีย มีแนวทางดำเนินการที่เหมาะสมและเป็นธรรม และทำให้ชาวมาเลเซียมีงานทำ โดยจะขยายเวลาผ่อนปรนด้านภาษีจากเดิมที่อยู่ในกรอบ 10 ปี ให้มากกว่า 10 ปี โดยได้ยกตัวอย่างการลงทุนที่มาเลเซียต้องการ อาทิเช่น การลงทุนของ Alibaba Group ซึ่งมีแผนจะสร้างศูนย์กระจายสินค้าที่มาเลเซีย เพื่อนำสินค้าของมาเลเซียไปขายในจีน ทั้งนี้ จะมีการทบทวนการร่วมลงทุนในโครงการขนส่งทางรางร่วมกับบริษัทจีนซึ่งมีมูลค่า 14,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่ผู้ประกอบการชาวมาเลเซียไม่ได้รับส่วนแบ่งที่เป็นธรรม รวมทั้งไม่มีการจ้างงานชาวมาเลเซียด้วย รวมทั้งหวังว่า การไปเยือนญี่ปุ่นเมื่อต้น มิ.ย.61 จะเป็นผลให้ญี่ปุ่นจะเพิ่มการลงทุนในมาเลเซีย ตามนโยบายสร้างความสัมพันธ์กับประเทศในเอเซีย ตอ. หรือ Look East ที่ตนเสนอ ซึ่งจะขยายขอบเขตการดำเนินการตามแนวทางนี้ให้กว้างขวางขึ้น
20/06/2561
  ความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาในคาบสมุทรเกาหลี
สนข.Reuters รายงานเมื่อ 19 มิ.ย.61 โดยอ้างคำกล่าวของนาย Yuri Ushakov ที่ปรึกษาด้านการต่างประเทศของรัสเซียว่า นายคิมจองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือได้ส่งจดหมายถึงนายวลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ยืนยันว่า เกาหลีเหนือต้องการรักษาความสัมพันธ์ในระดับสูงระหว่างรัสเซียและเกาหลีเหนือต่อไป ในขณะที่โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซียแถลงว่า รัสเซียได้เชิญนายคิมจองอึนให้เข้าร่วมการประชุมด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศที่จะจัดขึ้นที่เมือง Vladivostok ใน ก.ย.61 ด้วย ในขณะสถานีโทรทัศน์ของจีนรายงานว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน ได้กล่าวยกย่องนายคิมจองอึนที่เยือนจีน ระหว่าง 19 - 20 มิ.ย.61 เพื่อแจ้งผลการประชุมสุดยอดของสหรัฐฯ เมื่อ 12 มิ.ย.ให้กับผู้นำจีนว่า ทำให้การประชุมสุดยอดดังกล่าวมีผลในทางที่ดี และยืนยันว่าจีนจะยังคงกระชับและพัฒนาความสัมพันธ์กับเกาหลีเหนือต่อไป โดยไม่เปลี่ยนแปลง แม้ว่าบรรยากาศของความมั่นคงในคาบสมุทรเกาหลีจะเปลี่ยนแปลงไปเช่นใด และยินดีที่เกาหลีเหนือตัดสินใจปฏิรูปเศรษกิจ ในขณะที่นายคิมจองอึนกล่าวว่า ต้องการจะร่วมกับจีนและฝ่ายอื่นๆ เพื่อผลักดันกระบวนการสันติภาพต่อไป
20/06/2561
  พรรค FUNCIPEC ของกัมพูชาเรียกร้องให้รัฐบาลสอบสวนคดีอุบัติเหตุทางรถยนต์ของสมเด็จกรมพระนโรดม รณฤทธิ์อย่างจริงจัง
สนข.Khmer Times รายงานเมื่อ 19 มิ.ย.61 โดยอ้างคำแถลงของรองประธานพรรค FUNCIPEC ที่เรียกร้องให้รัฐบาลกัมพูชาสอบสวนคดีอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับสมเด็จกรมพระนโรดม รณฤทธิ์ และคณะ อย่างละเอียดและจริงจัง เนื่องจากมีความเป็นไปได้ที่มีการจงใจทำให้เกิดอุบัติเหตุ เพราะรถยนต์ถูกพุ่งชนทั้งที่อยู่ในขบวนรถที่มีรถอารักขาเปิดสัญญาณไซเรนนำขบวน และสมเด็จกรมพระนโรดม รณฤทธิ์ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์แล้วเมื่อก่อนหน้านี้ถึง 2 ครั้ง ทั้งนี้ มีการทำพิธีศพของนาง Ouk Phalla พระชายาของสมเด็จกรมพระนโรดม รณฤทธิ์ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุดังกล่าวที่วัด Botum ในกรุงพนมเปญ จะประกอบพิธีฌาปนกิจใน 20 มิ.ย.61 ส่วนสมเด็จกรมพระนโรดม รณฤทธิ์ซึ่งรักษาตัวอยู่ในกรุงเทพฯ อาการปลอดภัย สนทนาได้
19/06/2561
  ฝรั่งเศสไม่เห็นด้วยกับแนวปฏิบัติต่อผู้อพยพของสหรัฐฯ
สนข.Reuters รายงานเมื่อ 19 มิ.ย.61 โดยอ้างคำแถลงของโฆษกรัฐบาลฝรั่งเศสว่า ประเทศในยุโรป รวมทั้งฝรั่งเศส ไม่เห็นด้วยกับนโยบาย zero tolerance และแนวปฏิบัติต่อผู้อพยพของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่แยกผู้ปกครองออกจากเด็กผู้อพยพที่เดินทางเข้าสหรัฐฯ ทางด้านเม็กซิโก โดยยืนยันว่า ประเทศยุโรปและฝรั่งเศสไม่มีนโยบายต่อผู้อพยพในลักษณะนี้ ด้านสหรัฐฯ ยืนยันว่ามาตรการดังกล่าวจำเป็นต่อการปกป้องความมั่นคงแห่งชาติ เนื่องจากผู้อพยพดังกล่าวเข้าเมืองผิดกฎหมาย ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์วิจารณ์นโยบายการจัดการผู้อพยพของยุโรปว่าผิดพลาด และทำให้ชาวยุโรปเผชิญกับความเสี่ยงด้านความมั่นคงมากขึ้น ทั้งนี้เมื่อ 18 มิ.ย.61 ข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งองค์การสหประชาชาติ แสดงความวิตกกังวลต่อกรณีดังกล่าว รวมทั้ง ปัญหาด้านสิทธิมนุษยชนในรัฐยะไข่ของเมียนมา และในทิเบตกับเขตปกครองตนเองซินเจียงของจีน
19/06/2561