รายงานสถานการณ์ข่าวน่าสนใจ

18667 รายการ
 รายการวันที่เผยแพร่
  การประท้วงของกลุ่มเสื้อกั๊กเหลืองในฝรั่งเศสสัปดาห์ที่ 5 ผู้ร่วมชุมนุมมีจำนวนลดลง
สนข.Reuters รายงานว่า เมื่อ 15 ธ.ค.61 กลุ่มเสื้อกั๊กเหลืองยังคงจัดชุมนุมประท้วงต่อต้านการขึ้นภาษีน้ำมันในฝรั่งเศส และต่อต้านรัฐบาลของประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครงของฝรั่งเศส ในอีกหลายประเด็น เป็นสัปดาห์ที่ 5 แม้ว่าจะมีการเรียกร้องให้พักการชุมนุมเนื่องจากเหตุกราดยิงผู้คนใกล้กับตลาดคริสต์มาสในเมืองสตราสบูร์กเมื่อ 11 ธ.ค.61 ทั้งนี้ในกรุงปารีสมีการประจำการของ จนท.ตร. เพื่อป้องกันเหตุรุนแรง แต่ร้านค้าหลายแห่ง เช่น Galleries Lafayette เปิดทำการเพื่อต้อนรับเทศกาลคริสต์มาส มีการประจำการของ จนท.ตำรวจทั่วประเทศประมาณ 69,000 คน จำนวนผู้ร่วมชุมนุมใหญ่ทั่วประเทศ ลดลงเหลือประมาณ 66,000 คน เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมาประมาณ 126,000 คน ในกรุงปารีสกลุ่มผู้ชุมนุมมีจำนวนประมาณ 2,000 คนแยกชุมนุมในหลายเขต กลุ่มผู้ชุมนุมได้ปะทะกับจนท.ตร.ในห้วงสั้น ๆ ใกล้ย่าน Champs-Elysees จนท.ตร.ได้ยิงแก๊สน้ำตาใส่กลุ่มผู้ชุมนุม และได้จับกุมผู้ชุมนุม 148 คน และยังมีการปะทะระหว่างผู้ชุมนุมประท้วงและ จนท.ตร.ในเมือง Nantes และเมือง Bordeaux อนึ่งประธานาธิบดีมาครงของฝรั่งเศส พยายามคลี่คลายสถานการณ์ โดยได้แถลงผ่านสื่อโทรทัศน์ เมื่อ 10 ธ.ค.61 ว่าจะมีการเพิ่มค่าแรงงาน และลดภาษีให้กับผู้เกษียณอายุ แต่ผู้ชุมนุมบางส่วนระบุว่าจะยังคงมีการชุมนุมกดดันต่อไป
16/12/2561
  มาเลเซียย้ำจุดยืนคัดค้านการติดตั้งระบบวิทยุเครื่องช่วยการเดินอากาศที่สนามบิน Seletar ของสิงคโปร์
นายแอนโธนี ลก เซียว ฟุ๊ก รมว.คมนาคมมาเลเซียแถลงเมื่อ 13 ธ.ค.61 ว่า มาเลเซียได้แสดงท่าทีอย่างชัดเจนไปแล้วว่า ไม่เห็นด้วยที่สิงคโปร์จะติดตั้งระบบวิทยุเครื่องช่วยการเดินอากาศ (Instrument Landing System-ILS) ที่สนามบิน Seletar ของสิงคโปร์ เพราะจะทำให้เครื่องบินที่ขึ้น-ลง ต้องบินผ่านน่านฟ้าในเขตปาซีร์ กูดังในรัฐยะโฮร์ของมาเลเซีย โดยรายละเอียดทั้งหมดมีอยู่ในวีดิทัศน์ที่กระทรวงคมนาคมมาเลเซียผลิตและเผยแพร่เพื่ออธิบายจุดยืนของรัฐบาลมาเลเซีย และมาเลเซียไม่มีเจตนาที่จะทำให้ปัญหาดังกล่าวยืดเยื้อ ปัญหาทางเทคนิคที่เกิดขึ้นควรเป็นหน้าที่ของผู้เชี่ยวชาญทางเทคนิคของทั้ง 2 ประเทศร่วมแก้ไขปัญหา ก่อนหน้านี้ มาเลเซียยื่นหนังสือคัดค้านกรณีดังกล่าวต่อรัฐบาลสิงคโปร์มาแล้วครั้งหนึ่ง เนื่องจากการนำเครื่องบินขึ้น-ลง ผ่านน่านฟ้ามาเลเซีย จะทำให้มาเลเซียต้องจำกัดความสูงของอาคารในเขตอุตสาหกรรมปาซีร์ กูดังซึ่งอยู่ห่างจากสนามบินดังกล่าวเพียง 2 กม.
16/12/2561
  จนท.ตร.อินเดียยิงผู้ชุมนุมประท้วงในแคชเมียร์เสียชีวิต 7 คน
สนข.Reuters รายงานเมื่อ 15 ธ.ค.61 โดยอ้าง จนท.ตร.อินเดีย ว่าเหตุเกิดขึ้นเมื่อ จนท.ตร.เข้าจับกุมกลุ่มแบ่งแยกดินแดนในหมู่บ้าน Sirnoo ในเขต Pulvama ทางใต้ของเมืองศรีนาคาร์ในรัฐแคชเมียร์ มีการปะทะกันทำให้สมาชิกกลุ่มเสียชีวิต 3 คน จากนั้นได้มีการรวมตัวของกลุ่มผู้ชุมนุมจำนวนมากในพื้นที่ และเกิดการปะทะกันทำให้ผู้ชุมนุมเสียชีวิต 7 คน ทั้งนี้ รัฐแคชเมียร์เป็นรัฐที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นมุสลิม ทั้งอินเดียและปากีสถานครอบครองพื้นที่บางส่วน และทั้งสองฝ่ายอ้างสิทธิ์ในพื้นที่แคชเมียร์ อินเดียมักอ้างว่า ปากีสถานอยู่เบื้องหลังความไม่สงบในพื้นที่ส่วนที่อินเดียครอบครอง ซึ่งปากีสถานปฏิเสธ สถานการณ์ในพื้นที่มีความตึงเครียดมากขึ้น เมื่อรัฐบาลอินเดียสั่งปลดรัฐบาลท้องถิ่นเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมาทำให้ขาดผู้บริหาร การชุมนุมประท้วงต่อกรณีดังกล่าวได้ขยายตัวในเมืองศรีนาคาร์ และมีการประกาศเคอร์ฟิว ในเขต Pulvama และบริเวณโดยรอบ ผู้นำกลุ่มแบ่งแยกดินแดน Hurriyat Conference เรียกร้องให้มีการนัดหยุดงานและชุมนุม 3 วัน ในแคชเมียร์
16/12/2561
  IMF คาดการณ์อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจมาเลเซียปี 2562 จะอยู่ที่ร้อยละ 4.5-5.0
สนข.แห่งชาติมาเลเซีย (เบอร์นามา) รายงานเมื่อ 14 ธ.ค.61 โดยอ้างรายงานของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศที่แท้จริง (real GDP) ของมาเลเซียในปี 2561 จะอยู่ที่ร้อยละ 4.7 จากเดิมที่คาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ร้อยละ 5.3 สำหรับในปี 2562 IMF คาดการณ์ว่า real GDP ของมาเลเซียจะลดลงอยู่ที่ร้อยละ 4.5-5.0 โดยอุปสงค์ในประเทศจะยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญในการเติบโตดังกล่าว ส่วนอัตราเงินเฟ้อในปี 2562 จะสูงขึ้นอยู่ที่ร้อยละ 2.2 จากร้อยละ 1.1 ในปี 2561 เนื่องจากเศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากการที่รัฐบาลยกเลิกการเก็บภาษีสินค้าและบริการ (GST) นอกจากนี้ IMF ยังประเมินว่า แผนงบประมาณปี 2562 ของมาเลเซียมีความเหมาะสมและน่าจะช่วยกระตุ้นและรักษาความน่าเชื่อถือของตลาดการเงินมาเลเซียได้
16/12/2561
  Facebook ตรวจพบ bug ใน application จำนวนมากที่กระทบความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้
สนข.ต่างประเทศหลายแห่งรายงานเมื่อ 15 ธ.ค.61 ว่า Facebook ออกแถลงการณ์ขอโทษยอมรับความผิดพลาดเมื่อ 14 ธ.ค.61 กรณีพบ bug ใน application ประมาณ 1,500 รายการ ซึ่ง bug ดังกล่าวทำให้ผู้พัฒนา application นั้น ๆ สามารถเข้าถึงรูปภาพที่ผู้ใช้ upload ไว้ระหว่าง 13-25 ก.ย.61 แม้จะยังไม่ได้กด share ก็ตาม ซึ่งการเข้าถึงรูปภาพครอบคลุมทั้งบน Timeline Market place และ Stories คาดว่าปัญหาดังกล่าวกระทบผู้ใช้ Facebook กว่า 6.8 ล้านคน ปัจจุบัน Facebook เตรียมจะออกเครื่องมือแจ้งเตือนผู้ใช้ว่ามีรูปภาพใดบ้างที่ถูกเปิดเผยโดยไม่ได้รับความยินยอม รวมถึงจะร่วมมือกับนักพัฒนา application ในการลบภาพที่หลุดไปเหล่านั้น ขณะเดียวกัน ก็จะแจ้งเตือนผู้ใช้ที่อาจได้รับผลกระทบผ่านทาง Help Center พร้อมระบุชื่อ application ที่มี bug ให้ผู้ใช้ตรวจสอบด้วยว่าได้ใช้งานหรือไม่ กรณีดังกล่าวทำให้ฝ่ายกฎหมายด้านการปกป้องข้อมูลของสหภาพยุโรปเรียกร้องให้บริษัท Facebook รายงานผลภายใน 72 ชั่วโมง และเรียกร้องให้กำหนดโทษปรับเงินจาก Facebook สูงสุดร้อยละ 4 จากรายได้ที่ Facebook ทำได้ทั่วโลกตลอดทั้งปี
16/12/2561
  ออสเตรเลียรับรองนครเยรูซาเลม ตต.เป็นเมืองหลวงของอิสราเอล
นายสก็อตต์ มอร์ริสัน นรม.ออสเตรเลียแถลงที่ The Sydney Institute เมื่อ 15 ธ.ค.61 ว่า รัฐบาลออสเตรเลียรับรองนครเยรูซาเลม ตต. (West Jerusalem) เป็นเมืองหลวงของอิสราเอลอย่างเป็นทางการ ซึ่งถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงนโยบายเกี่ยวกับตะวันออกกลางครั้งสำคัญของออสเตรเลีย แต่จะไม่ย้าย สอท.ออสเตรเลีย/เทลอาวีฟไปนครเยรูซาเลม ตต. จนกว่าสถานะสุดท้ายของนครเยรูซาเลมจะได้ข้อยุติ ในเบื้องต้น รัฐบาลออสเตรเลียจะจัดตั้งสำนักงานด้านความมั่นคงและการค้าที่นครเยรูซาเลม ตต.ก่อน ทั้งนี้ รัฐบาลออสเตรเลียเล็งเห็นว่า การรับรองสถานะของนครเยรูซาเลม ตต.จะสนับสนุนการแก้ไขความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ตามหลักการ Two-State Solution (การสถาปนารัฐปาเลสไตน์ขึ้นเคียงข้างรัฐอิสราเอล) และคาดหวังว่านครเยรูซาเลม ตอ.จะได้รับการรับรองเป็นเมืองหลวงของปาเลสไตน์ในอนาคต ทั้งนี้ การตัดสินใจดังกล่าวของออสเตรเลียถูกวิจารณ์อย่างมากจากโลกมุสลิม ที่ผ่านมาประเทศต่างๆ หลีกเลี่ยงที่จะย้าย สอท.ไปยังนครเยรูซาเลม เพื่อไม่ให้กระทบต่อการพูดคุยสันติภาพในเรื่องสถานะสุดท้ายของนครเยรูซาเลม จนกระทั่งสหรัฐฯตัดสินใจย้าย สอท.สหรัฐฯไปยังนครเยรูซาเลมเมื่อต้นปี 2561
16/12/2561
  นรม.ศรีลังกาลาออกจากตำแหน่งแล้ว
นรม.มหินทะ ราชปักษา ของศรีลังกา ลาออกจากตำแหน่งแล้วเมื่อ 15 ธ.ค.61 บุตรชายของนายมหินทะระบุว่า นายมหินทะจะแถลงข่าวอย่างเป็นทางการห้วง 20.30 น. (เวลาท้องถิ่น) ทั้งนี้ ประธานาธิบดีไมตรีพละ สิริเสนา ของศรีลังกา แต่งตั้งให้นายมหินทะดำรงตำแหน่ง นรม.ท่ามกลางความแตกแยกรุนแรงทางการเมืองเมื่อปลาย ก.ค.61 และนายมหินทะดำรงตำแหน่ง นรม.ได้เพียง 7 สัปดาห์
16/12/2561
  ผู้นำสหรัฐฯทวีตข้อความถึงความสำเร็จในการทำสงครามการค้ากับจีน
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ทวีตข้อความเมื่อ 14 ธ.ค.61 ระบุถึงความสำเร็จในการทำสงครามการค้ากับจีนจนส่งผลให้การเติบโตของเศรษฐกิจจีนชะลอตัวมากกว่าที่คาดไว้ นอกจากนี้ จีนยังระงับการขึ้นภาษีสินค้าจากสหรัฐฯ รวมทั้งจีนต้องการทำข้อตกลงรอบด้าน และครั้งใหญ่กับสหรัฐฯในไม่ช้านี้ ท่าทีของประธานาธิบดีทรัมป์ดังกล่าวมีขึ้นหลังจากจีนประกาศจะชะลอการเพิ่มการเก็บภาษีรถยนต์ รถบรรทุก และส่วนประกอบรถยนต์จากสหรัฐฯ เป็นเวลา 90 วัน ตั้งแต่ 1 ม.ค.62
16/12/2561
  พรรคอัมโนของมาเลเซียเผชิญวิกฤตภายใน
สนข.ของมาเลเซียหลายแห่งรายงานเมื่อ 15 ธ.ค.61 เกี่ยวกับวิกฤตในพรรคอัมโน พรรคฝ่ายค้าน โดยดาโต๊ะ ซรี นาจิบ ตุน อับดุล ราซัก อดีต นรม.มาเลเซีย และ อดีตประธานพรรคอัมโน ยอมรับว่า ปัญหาภายในพรรคเข้าขั้นวิกฤต และต้องหาทางออกที่สมาชิกส่วนใหญ่ยอมรับได้ ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นหลังเกิดเหตุการณ์เมื่อ 12 ธ.ค.61 ที่สมาชิกสำคัญในพรรคอัมโนทยอยลาออกจากพรรคพร้อมกัน (ส.ส. 2 คน ส.ว. 2 คน และสมาชิกสมัชชาพรรคอีก 9 คน) และอาจไปเข้าร่วมกับฝ่ายรัฐบาล ขณะที่ดาโต๊ะ ซรี ดร.อาหมัด ซาฮิด ฮามีดี ประธานพรรคอัมโน ยืนยันไม่ลาออกจากตำแหน่งประธานพรรค แม้จะถูก ส.ส.ในพรรคกดดันอย่างหนัก โดยระบุว่าควรให้การลงคะแนนของสมาชิกในการประชุมสมัชชาทั่วไปของพรรคอัมโนเป็นตัวตัดสิน ส่วนตัน ศรี มูห์ยิดดิน ยัสซิน รมว.ความมั่นคงภายในประเทศ/หัวหน้าพรรค PPBM (พรรคร่วมรัฐบาล) ชี้แจงว่า พรรค PPBM ไม่ต่อต้านการรับสมาชิกใหม่ที่มาจากพรรคฝ่ายค้าน หากสามารถผ่านมาตรการกลั่นกรองบุคคลที่เข้มงวด และรู้สึกสำนึกกับความผิดพลาดที่เคยสนับสนุนผู้นำที่ทุจริต
16/12/2561
  สหรัฐฯจะใช้ยุทธศาสตร์ลดอิทธิพลของจีนและรัสเซียในแอฟริกา
นายจอห์น โบลตัน ทปษ.ด้านความมั่นคงของประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยเมื่อ 14 ธ.ค. 61 ว่าสหรัฐฯจะให้ความสำคัญกับการลดอิทธิพลของจีนและรัสเซียที่เพิ่มมากขึ้นภูมิภาคแอฟริกา โดยนายโบลตันกล่าวหาว่าจีนและรัสเซียใช้อำนาจทางเศรษฐกิจและการเมืองเกี่ยวพันกับภูมิภาคแอฟริกาอย่างไม่เป็นธรรม โดยใช้ข้อตกลงที่ไม่โปร่งใส และการติดสินบนเพื่อตักตวงผลประโยชน์ พร้อมกับใช้กับดักหนี้สินเพื่อบีบบังคับให้ประเทศต่าง ๆ ทำตามความต้องการของตนเอง ซึ่งส่งผลเสียต่อเสถียรภาพ ความมั่นคงของภูมิภาค และความอยู่ดีกินดีของชาวแอฟริกา นายโบลตันกล่าวว่า ขณะนี้สหรัฐฯกำลังวางแผนในการพัฒนาแอฟริกาด้วยการพัฒนา และการลงทุนโดยมีเป้าหมายให้แอฟริกาเป็นแอฟริกาที่เจริญก้าวหน้า (Prosper Africa) อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญด้านแอฟริกาวิเคราะห์ว่านโยบายดังกล่าวของสหรัฐฯ ให้ความสำคัญกับการแข่งอิทธิพลกับจีนมากเกินไปและขาดรายละเอียดในการปฏิบัติ
16/12/2561