รายงานสถานการณ์ข่าวน่าสนใจ

20852 รายการ
 รายการวันที่เผยแพร่
  ประธานาธิบดีรัสเซียประกาศเตรียมตอบโต้ภายหลังสหรัฐฯ ยิงทดสอบขีปนาวุธ
สนข.Xinhua รายงานเมื่อ 23 ส.ค.62 ว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซียแถลงข่าววันเดียวกัน ประกาศเตรียมตอบโต้สหรัฐฯ ที่ยิงทดสอบขีปนาวุธร่อนจากภาคพื้นดิน พิสัยไกลกว่า 500 กม.เมื่อ 18 ส.ค.62 โดยเห็นว่า การยิงทดสอบขีปนาวุธของสหรัฐฯ แสดงว่าสหรัฐฯ มีเป้าหมายที่จะติดตั้งขีปนาวุธไปทั่วโลก จึงได้สั่งการให้ กห. กต.รัสเซีย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการวิเคราะห์ความเสี่ยงที่มีต่อรัสเซีย และเตรียมดำเนินมาตรการเพื่อตอบโต้การกระทำของสหรัฐฯ เพราะรัสเซียไม่สามารถอยู่นิ่งเฉยและการที่สหรัฐฯ ระบุว่าจะมีการติดตั้งขีปนาวุธในเอเชีย-แปซิฟิก จะเป็นการกระทบผลประโยชน์ของรัสเซีย เนื่องจากเป็นภูมิภาคติดกับชายแดนรัสเซีย อย่างไรก็ดีรัสเซียยังคงเปิดกว้างสำหรับการเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อรื้อฟื้นความไว้วางใจและร่วมมือด้านความมั่นคง ทั้งนี้ สหรัฐฯ และรัสเซียจัดทำสนธิสัญญาว่าด้วยนิวเคลียร์พิสัยกลาง (INF) เมื่อปี 2530 โดยกำหนดว่าห้ามสหรัฐฯ และรัสเซียครอบครองหรือพัฒนาขีปนาวุธภาคพื้นดินที่มีระยะยิงตั้งแต่ 500-5,500 กม. ต่อมาสนธิสัญญาฯ ดังกล่าวถูกล้มเลิกไปเมื่อ 2 ส.ค.62 เนื่องจากสหรัฐฯ และรัสเซียถอนตัวจากสนธิสัญญาการควบคุมอาวุธดังกล่าว หลังกล่าวหาซึ่งกันและกันว่ามีการละเมิดสนธิสัญญา
24/08/2562
  อินเดียเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในจัมมูและแคชเมียร์เข้มงวดขึ้นเนื่องในวันละหมาดวันศุกร์
สนข.CNA รายงานเมื่อ 23 ส.ค.62 ว่า ทางการอินเดียเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในเมืองศรีนคร เมืองเอกของดินแดนสหภาพจัมมูและแคชเมียร์เข้มงวดขึ้น เนื่องในวันละหมาดวันศุกร์ (ละหมาดใหญ่ประจำสัปดาห์ของมุสลิม) และภายหลังจากที่กลุ่มประชาชนที่สนับสนุนการแบ่งแยกดินแดนแคชเมียร์ออกจากอินเดียเรียกร้องให้ประชาชนในพื้นที่รวมตัวกันเดินขบวนไปยังที่ทำการของ United Nations Military Observer Group in India and Pakistan (UNMOGIP) เพื่อประท้วงรัฐบาลอินเดียที่ยกเลิกมาตรา 370 ในรัฐธรรมนูญอินเดีย และแบ่งแยกรัฐจัมมูและแคชเมียร์ออกเป็น 2 ดินแดนสหภาพ ก่อนหน้านี้ ประชาชนในเมืองศรีนครได้เดินขบวนประท้วงรัฐบาลอินเดีย และขว้างปาก้อนหินใส่ จนท.หน่วยรักษาความมั่นคง ซึ่ง จนท.ต้องใช้แก๊สน้ำตาและกระสุนยางเพื่อสลายการชุมนุม ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 150 คน
24/08/2562
  ลาว กัมพูชา และเวียดนามส่งเสริมความร่วมมือในเขตสามเหลี่ยมพัฒนา
สำนักข่าว Lao News Agency รายงานเมื่อ 23 ส.ค.62 ถึงผลการประชุมคณะกรรมาธิการการต่างประเทศกัมพูชา-ลาว-เวียดนาม (CLV) ครั้งที่ 7 ซึ่งจัดขึ้นระหว่าง 17 – 18 ส.ค.62 ที่เวียดนาม หัวข้อ บทบาทของสภาแห่งชาติในการดำเนินการข้อตกลงความร่วมมือระหว่างสามประเทศ ในเขตสามเหลี่ยมพัฒนา (CLV Development Triangle Area) โดยผู้แทนทั้ง 3 ประเทศทบทวนการดำเนินการตามข้อตกลงความร่วมมือระหว่างกันในเขตสามเหลี่ยมพัฒนาในการประชุมครั้งที่ 6 เมื่อปี 2560 พร้อมหารือแนวทางการผลักดันความร่วมมือในอนาคต โดยเฉพาะการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การลักลอบค้าสินค้าผิดกฎหมายข้ามแดนทั้งท่อนไม้ ยาเสพติด อาชญากรรมข้ามแดน รวมถึงการเคลื่อนย้ายและการตั้งถิ่นฐานตามอำเภอใจ และการแต่งงานผิดกฎหมายของประชาชนเขตชายแดน ในโอกาสนี้ ผู้แทนทั้ง 3 ประเทศรับรองแถลงการณ์ร่วมเพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินงานในอนาคต และแผนการจัดประชุมครั้งที่ 8 ที่กัมพูชาจะเป็นเจ้าภาพในปี 2564
24/08/2562
  ศาลเวียดนามจำคุกผู้วิจารณ์รัฐบาลและพรรคคอมมิวนิสต์ผ่านสื่อออนไลน์เป็นเวลา 6 ปี
เว็บไซต์วิทยุเอเชียเสรี (Radio Free Asia-RFA) รายงานเมื่อ 23 ส.ค.62 ว่า ศาล จ.กว๋างหงาย ภาคใต้ของเวียดนาม ตัดสินจำคุกนาย Huyn Dac Tuy ผอ.บริษัท Tuy Nguyet Construction ใน จ.กว๋างหงาย เป็นเวลา 6 ปี และคุมประพฤติ 3 ปี ในข้อหาวิจารณ์รัฐบาลและพรรคคอมมิวนิสต์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ หลัง จนท.หน่วยงานด้านความมั่นคงของเวียดนามจับกุมตัวนาย Tuy เมื่อ 22 ก.พ.62 เนื่องจากโพสต์และแชร์บทความพาดพิงรัฐบาลและพรรคคอมมิวนิสต์ในเชิงลบผ่านหน้าเฟซบุ๊ก ทั้งยังกระตุ้นผู้ติดตามและเพื่อนให้ต่อต้าน จนท.รัฐ ทั้งนี้ ตามมาตรา 117 ของประมวลกฎหมายอาญาปี 2558 ระบุโทษจำคุกบุคคลที่เผยแพร่ข้อเขียนหมิ่นประมาทรัฐบาลเวียดนามเป็นเวลา 5-12 ปี และโทษจำคุก 10-20 ปีในกรณีร้ายแรง
24/08/2562
  จีนออกมาตรการตอบโต้สหรัฐฯ โดยจะขึ้นภาษีนำเข้าร้อยละ 5-10 จากสินค้าสหรัฐฯ มูลค่า 75,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
สนข.Reuter รายงานเมื่อ 23 ส.ค.62 กรณีกระทรวงพาณิชย์จีนออกแถลงการณ์วันเดียวกันว่า รัฐบาลจีนประกาศมาตรการตอบโต้สหรัฐฯ โดยการขึ้นภาษีนำเข้าร้อยละ 5-10 กับสินค้าจากสหรัฐฯ รวมมูลค่าประมาณ 75,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เริ่มตั้งแต่ 1 ก.ย.62 นอกจากนี้ รัฐบาลจีนจะเริ่มมาตรการขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์และอะไหล่จากสหรัฐฯ ที่ร้อยละ 25 และร้อยละ 5 ตามลำดับ เริ่มตั้งแต่ 15 ธ.ค.62 ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวเพื่อตอบโต้สหรัฐฯ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศจะขึ้นภาษีนำเข้าในอัตราร้อยละ 10 จากสินค้าจีน มูลค่า 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เริ่มมีผลตั้งแต่ ธ.ค.62 ต่อมาภายหลังการแถลงการณ์ของ พณ.จีน ประธานาธิบดีทรัมป์ ได้ทวีตข้อความตอบโต้จีนเพิ่มอีก โดยจะขึ้นภาษีจากร้อยละ 25 เป็นร้อยละ 30 กับสินค้านำเข้าจีนมูลค่า 250,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ใน 1 ต.ค.62 ส่วนสินค้านำเข้าจีนมูลค่า 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จะขึ้นภาษีจากร้อยละ 10 เป็นร้อยละ 15 ใน ธ.ค.62 รวมถึงสั่งให้บริษัทสหรัฐฯ รีบถอนตัวออกจากจีนโดยทันที เพื่อหาแหล่งผลิตใหม่ และให้กลับมาผลิตสินค้าในสหรัฐฯ
24/08/2562
  อินโดนีเซียปิดการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตในปาปัวตะวันตก
สนข.Aljazeera รายงานเมื่อ 23 ส.ค.62 อ้างข้อมูลจากกระทรวงการสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศของอินโดนีเซีย ระบุว่าอินโดนีเซียสั่งปิดการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตในพื้นที่จังหวัดปาปัวตะวันตกเป็นการชั่วคราวนับตั้งแต่ 21 ส.ค.62 จนปัจจุบัน เพื่อสนับสนุนการกลับคืนสู่สถานการณ์ที่มั่นคงและสงบเรียบร้อยในพื้นที่ภายหลังเกิดเหตุจลาจลในปาปัวตะวันตก โดยจะยังคงมาตรการระงับการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตต่อไปจนกว่าสถานการณ์จะเป็นปกติ อย่างไรก็ดี การติดต่อสื่อสารทางโทรศัพท์และการรับส่งข้อมูลทางโทรศัพท์ยังคงใช้การได้ตามปกติ ขณะที่ก่อนหน้านี้ มีรายงานว่าทางการอินโดนีเซียได้แทรกแซงระบบอินเทอร์เน็ตในปาปัวตะวันตกเพื่อคัดกรองข้อมูลและป้องกันการแพร่กระจายข่าวลือช่วงระหว่างสถานการณ์ประท้วงซึ่งมีชนวนจากการเหยียดเชื้อชาตินักศึกษาชาวปาปัวบนเกาะชวาเมื่อ 17 ส.ค.62
24/08/2562
  สหพันธ์ข้าวกัมพูชาขอให้ EU ระงับการถอดถอนกัมพูชาจากการได้สิทธิพิเศษทางการค้า
สนข.AKP ของทางการกัมพูชา นสพ.Khmer Times และ สนข.Xinhua รายงานเมื่อ 23 ส.ค.62 อ้างแถลงการณ์ของสหพันธ์ข้าวกัมพูชา (Cambodia Rice Federation- CRF) เรียกร้องให้สหภาพยุโรป (EU) ระงับกระบวนการถอดถอนกัมพูชาจากการได้สิทธิพิเศษในการส่งออกสินค้าแบบปลอดภาษีโดยไม่กำหนดโควตายกเว้นอาวุธยุทโธปกรณ์ (Everything But Arms-EBA) ซึ่ง EU ประกาศเริ่มกระบวนการเมื่อ ก.พ.62 เพื่อปกป้องคุณภาพชีวิตครอบครัวชาวนากัมพูชากว่า 500,000 ครัวเรือน หลังจากกัมพูชาได้รับผลกระทบกรณี EU ขึ้นภาษีนำเข้าข้าวจากกัมพูชาและเมียนมา (เดิมไม่เสียภาษี) ตั้งแต่ ม.ค.62 ด้านนาย Lun Yeng เลขาธิการ CRF เห็นว่าข้าวกัมพูชาจะได้รับผลกระทบอย่างมากหากเสียส่วนแบ่งตลาดใน EU และว่ากัมพูชาจำต้องพัฒนาคุณภาพและส่งเสริมตราสินค้าข้าวกัมพูชาให้เป็นที่รู้จักเพื่อสามารถแข่งขันกับผู้ส่งออกข้าวเช่นไทยและเวียดนาม โดยเฉพาะเวียดนามซึ่งลงนามในความตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) กับ EU อนึ่ง CRF ระบุว่าห้วงครึ่งแรกของปี 2562 กัมพูชาส่งออกข้าวไป EU จำนวน 93,000 ตัน ลดลงมากจากห้วงเดียวกันของเมื่อปี 2561 ซึ่งมีจำนวนกว่า 130,000 ตัน
24/08/2562
  กลุ่มผู้ประท้วงฮ่องกงมีแผนขัดขวางการจราจรบนเส้นทางไปท่าอากาศยานฮ่องกงใน 24 ส.ค.62
เว็บไซต์ Channelnewsasia รายงานเมื่อ 23 ส.ค.62 ว่ากลุ่มผู้ประท้วงในฮ่องกงยังคงเคลื่อนไหวเพื่อสร้างความกดดันต่อรัฐบาลต่อเนื่อง โดยมีการเผยแพร่โพสเตอร์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์เชิญชวนให้ผู้ประท้วงออกมาชุมนุมใน 24 ส.ค.62 เพื่อขัดขวางการเดินทางไปยังท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกงด้วยพาหนะต่าง ๆ ในทุกเส้นทาง เช่น รถไฟ รถประจำทาง แท็กซี่ มอเตอร์ไซต์ รวมถึงรถส่วนบุคคล มีเป้าหมายทำให้การจราจรติดขัดและผู้โดยสารไม่สามารถไปถึงสนามบินได้ทันเวลา จนสายการบินต่างๆ ต้องเลื่อนเวลาหรือยกเลิกเที่ยวบินในที่สุด ขณะที่การท่าอากาศยานฮ่องกงออกแถลงการณ์เมื่อ 22 ส.ค.62 ระบุว่าห่วงกังวลเรื่องแผนการดังกล่าว โดยจะประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด รวมถึงพิจารณาดำเนินมาตรการที่จำเป็น
24/08/2562
  เวียดนามขอให้จีนถอนเรือสำรวจน้ำมันและเรือคุ้มกันออกจากน่านน้ำเวียดนามเป็นครั้งที่ 2
เว็บไซต์ นสพ.VnExpress International รายงานเมื่อ 22 ส.ค.62 อ้างถ้อยแถลงของโฆษก กต.เวียดนาม ว่า เวียดนามติดต่อจีนหลายครั้ง เพื่อขอให้จีนถอนเรือสำรวจน้ำมัน Haiyang Dizhi 8 และเรือคุ้มกันออกจากเขตเศรษฐกิจจำเพาะและไหล่ทวีปของเวียดนาม หลังจากเรือดังกล่าวละเมิดน่านน้ำเวียดนามอย่างร้ายแรง โดยลอยลำใกล้ Vanguard Bank ในทะเล ตอ. (ทะเลจีนใต้) เป็นครั้งที่ 2 เมื่อ 13 ส.ค.62 (จีนเคยถอนเรือดังกล่าวออกไปเมื่อ 7 ส.ค.62) นอกจากนี้ ยังขอให้จีนอย่าแสดงพฤติกรรมที่เป็นภัยคุกคามความมั่นคงและสันติภาพในภูมิภาค โดยเวียดนามพร้อมแก้ปัญหาพิพาทด้วยสันติวิธี และสอดคล้องกับกฎหมายสากล ทั้งยังต้องการให้ประเทศที่เกี่ยวข้องมีส่วนช่วยรักษาสันติภาพและความมั่นคงทั้งทางทะเลและทางอากาศตามกฎหมายสากล
24/08/2562
  เกาหลีเหนือเตือนว่าอาจเกิดสงครามเย็นรอบใหม่ในคาบสมุทรเกาหลี
สนข.ซินหัวรายงานอ้างแถลงการณ์ของ กต.เกาหลีเหนือจาก สนข. KCNA ของทางการเกาหลีเหนือ เมื่อ 22 ส.ค.62 เตือนว่าความเคลื่อนไหวทางทหารของเกาหลีใต้และสหรัฐฯ ในลักษณะที่ไม่ปกติและเป็นอันตราย อาจก่อให้เกิดสงครามเย็นรอบใหม่ขึ้นในคาบสมุทรเกาหลี โดยแถลงการณ์ดังกล่าวพาดพิงถึงการฝึกร่วมทางทหารระหว่างเกาหลีใต้-สหรัฐฯ การเสริมสร้างกองกำลังในเกาหลีใต้ การทดสอบขีปนาวุธพิสัยกลางของสหรัฐฯ และแผนการของสหรัฐฯ ในการติดตั้งยุทโธปกรณ์ทางการทหารในญี่ปุ่นและพื้นที่อื่นๆ โดยรอบคาบสมุทรเกาหลี ว่าอาจเป็นชนวนให้เกิดการแข่งขันทางอาวุธและการเผชิญหน้าในภูมิภาค และบั่นทอนความพยายามเจรจาเพื่อสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนในคาบสมุทรเกาหลี ซึ่งอาจกดดันให้เกาหลีเหนือต้องหันมาเสริมสร้างกองกำลังเพื่อป้องปรามภัยคุกคามเช่นกัน อย่างไรก็ดี ขณะนี้เกาหลีเหนือยังคงยืนยันจุดยืนเดิมในการจะแก้ไขข้อขัดแย้งต่างๆ ด้วยสันติวิธีผ่านการพูดคุยและเจรจา
24/08/2562