รายงานสถานการณ์ข่าวน่าสนใจ

23546 รายการ
 รายการวันที่เผยแพร่
  ผู้เชี่ยวชาญ WHO เตือนถึงการระบาดของโรค COVID-19 ระลอกสองเเบบฉับพลัน
สนข.Reuters รายงานเมื่อ 26 พ.ค.63 อ้างถ้อยเเถลงของ ดร.Mike Ryan หน.โครงการด้านสาธารณสุขฉุกเฉิน องค์การอนามัยโลก (World Health Organization-WHO) เมื่อ 25 พ.ค.63 เตือนถึงการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ระลอกสองแบบฉับพลัน หากผ่อนคลายมาตรการเร็วเกินไป โดยให้ข้อสังเกตว่า แม้สถานการณ์ในหลายประเทศดีขึ้น แต่ยังมีผู้ติดเชื้อ COVID-19 เพิ่มขึ้นต่อเนื่องในอเมริกากลาง อเมริกาใต้ เอเชียใต้ และแอฟริกา รวมทั้งย้ำว่า ยุโรปและสหรัฐฯ ควรรักษาความเข้มงวดในการควบคุมและป้องกันโรค ตลอดจนการตรวจหาเชื้อ เพราะการแพร่ระบาดมีลักษณะคล้ายคลื่น ซึ่งอาจกลับมาระบาดรุนเเรงได้อีกในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
26/05/2563
  เวียดนามเตรียมรองรับการลงทุนจากต่างชาติระลอกใหม่ซึ่งย้ายฐานการผลิตออกจากจีน
เว็บไซต์ นสพ.Vietnamnet Global รายงานเมื่อ 24 พ.ค.63 ว่า เวียดนามเป็นจุดหมายปลายทางของนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งกำลังพิจารณาย้ายฐานการผลิตออกจากจีน เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ยกตัวอย่างกรณีบริษัท Apple ของสหรัฐฯ ซึ่งเตรียมสร้างโรงงานแห่งหนึ่งในเวียดนาม และบริษัท Samsung ของเกาหลีใต้ ซึ่งวางแผนย้ายสายการผลิตโทรศัพท์ smartphone บางรุ่นในเวียดนาม แต่เวียดนามจำเป็นต้องแข่งขันกับประเทศอื่นในเอเชีย เช่น อินเดีย ไทย และมาเลเซีย ซึ่งมีนโยบายจูงใจนักลงทุนต่างชาติ อย่างไรก็ดี สมาคมอุตสาหกรรมสนับสนุนของเวียดนามชี้ว่า บริษัทหลายแห่งของเวียดนามมีขนาดเล็กและมีแรงงานน้อยกว่า 200 คน ทำให้ไม่สามารถผลิตสินค้าในปริมาณมาก และมีบริษัทเพียงไม่กี่แห่งที่ผลิตอุปกรณ์ได้เป็นชุด โดยบริษัทส่วนใหญ่แยกผลิตอุปกรณ์
26/05/2563
  เมียนมาเตรียมจะเปิดให้บริการภาคการท่องเที่ยวและโรงแรม
เว็บไซต์ นสพ.เมียนมา ไทมส์ รายงานเมื่อ 26 พ.ค.63 อ้างถ้อยแถลงของรองประธานสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวเมียนมาว่า บริษัทธุรกิจการท่องเที่ยวเมียนมาเตรียมจะเปิดให้บริการในภาคการท่องเที่ยวและโรงแรม โดยเน้นตลาดการท่องเที่ยวภายในประเทศและการพัฒนาปรับปรุงสถานที่ท่องเที่ยวก่อนเป็นลำดับแรก เบื้องต้นอยู่ระหว่างการหารือกับภาครัฐเมียนมา เพื่อกำหนดแนวปฏิบัติที่ชัดเจน ปลอดภัย และไม่สร้างความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ซึ่งจะบังคับใช้กับทั้งผู้ประกอบการ พนักงาน/ลูกจ้าง และนักท่องเที่ยว โดยปัจจุบันโรงแรมและที่พักในมณฑลมัณฑะเลย์กว่า 60 แห่ง อยู่ระหว่างการขึ้นทะเบียนเพื่อตรวจสอบความพร้อมให้เปิดทำการ ทั้งนี้ ภาครัฐเมียนมามุ่งหวังจะฟื้นฟูการท่องเที่ยวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะการท่องเที่ยวเมียนมาชะงักมาตั้งแต่ ก.พ.63 โดยจำนวนนักท่องเที่ยวห้วง ม.ค.-เม.ย.63 ลดลงกว่าร้อยละ 44 เมื่อเทียบกับปี 2562 เพราะนักท่องเที่ยวต่างชาติหลักคือชาวจีน
26/05/2563
  สิงคโปร์ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจในปี 2563
กระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมสิงคโปร์เปิดเผยเมื่อ 26 พ.ค.63 ว่า สิงคโปร์ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจในปี 2563 โดยจะขยายตัวอยู่ที่ติดลบร้อยละ 7 ถึงติดลบร้อยละ 4 ลดลงกว่าที่คาดการณ์ว่าอยู่ที่ติดลบร้อยละ 4 ถึงติดลบร้อยละ 1 ซึ่งเป็นการปรับลดการประมาณการเป็นครั้งที่ 3 ของปี 2563 เนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่อย่างสหรัฐฯ ยุโรป และจีน ส่งผลให้เศรษฐกิจสิงคโปร์ที่พึ่งพาการส่งออกได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง นอกจากนี้ การบังคับใช้มาตรการปิดประเทศของสิงคโปร์ยังเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้เศรษฐกิจภายในประเทศชะลอตัว
26/05/2563
  เมียนมาขอความร่วมมือจากชนกลุ่มน้อยในการควบคุมชายแดนและดูแลชาวเมียนมาที่กลับจากไทย
เว็บไซต์ นสพ.เมียนมา ไทมส์ รายงานเมื่อ 26 พ.ค.63 อ้างถ้อยแถลงของ ดร.ตินเมียววิน ประธานคณะกรรมการเจรจาสันติภาพเมียนมา ว่า รัฐบาลเมียนมาขอความร่วมมือจากกองกำลังชนกลุ่มน้อยติดอาวุธที่ลงนามข้อตกลงหยุดยิงทั่วประเทศแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่เคลื่อนไหวตามแนวชายแดนด้านไทย ในการป้องกันและควบคุมชายแดน รวมถึงดูแลชาวเมียนมาที่จะข้ามแดนจากไทย เพื่อให้การป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 เป็นไปตามข้อกำหนดและแนวปฏิบัติของ สธ.เมียนมา ซึ่งจะต้องถูกกักตัวสังเกตอาการเป็นเวลา 21 วัน ในชั้นนี้ มีชาวเมียนมาในไทยลงทะเบียนเพื่อขอเดินทางกลับเมียนมามากกว่า 25,000 คน โดยกำหนดให้เดินทางผ่านจุดผ่านแดนถาวรทางบก 3 แห่ง คือ จุดผ่านแดนแม่สาย-ท่าขี้เหล็ก จ.เชียงราย จุดผ่านแดนแม่สอด-เมียวดี จ.ตาก และจุดผ่านแดนระนอง-เกาะสอง จ.ระนอง
26/05/2563
  สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)
จำนวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 ทั่วโลก เมื่อ 26 พ.ค.63 เวลา 17.30 น. เพิ่มเป็น 5,609,578 ราย เสียชีวิต 348,318 ราย และรักษาหายแล้ว 2,386,321 ราย ประเทศที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ สหรัฐฯ ติดเชื้อ 1,706,226 ราย (เสียชีวิต 99,805 ราย) บราซิล ติดเชื้อ 376,669 ราย (เสียชีวิต 23,522 ราย) และรัสเซีย ติดเชื้อ 362,342 ราย (เสียชีวิต 3,807 ราย)
26/05/2563
  มาเลเซียใช้สถานที่กักตัวผู้เข้าเมืองผิดกฎหมายแยกต่างหากจากชาวมาเลเซีย
สนข.แห่งชาติมาเลเซีย (เบอร์นามา) รายงานเมื่อ 25 พ.ค.63 ว่า ทางการมาเลเซียกำหนดให้ศูนย์กักตัวของทางการที่จัดตั้งขึ้นเฉพาะกิจในอุทยานการเกษตรของมาเลเซียในรัฐสลังงอร์ เป็นสถานที่กักตัวสำหรับผู้เข้าเมืองผิดกฎหมายเท่านั้น โดยทางการย้ายชาวมาเลเซียที่กักตัวในอุทยานการเกษตรดังกล่าวไปกักตัวต่อที่ รพ.สุไหงบุโละห์แทนตั้งแต่ 25 พ.ค.63 โดยดาโต๊ะ ซรี อิสมาอิล ซาบรี ยาโกบ รมต.อาวุโส และ รมว.กห.ของมาเลเซีย ระบุว่า ทางการไม่ต้องการให้ชาวมาเลเซียกักตัวรวมกับผู้เข้าเมืองผิดกฎหมาย ปัจจุบัน จนท.ฝ่ายความมั่นคงเริ่มติดตั้งรั้วลวดหนามไฟฟ้ารอบศูนย์ และเพิ่มจำนวน จนท.ในศูนย์เพื่อควบคุมดูแลผู้เข้าเมืองผิดกฎหมายที่กักตัวในศูนย์ดังกล่าว เนื่องจากกลุ่มคนเหล่านี้มีโอกาสจะหลบหนี เพราะเอกสารการเดินทางเข้ามาเลเซียไม่ครบ
26/05/2563
  ยุโรปเตือนว่าโลกเสี่ยงเผชิญการก่อการร้ายด้วยอาวุธชีวภาพ หลังพ้นสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19
สนข.Deutsch Welle รายงานอ้างคำเตือนของคณะมนตรียุโรปเมื่อ 25 พ.ค.63 ว่า ภายหลังผ่านพ้นการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 โลกเสี่ยงจะเผชิญการก่อการร้ายด้วยอาวุธชีวภาพมากขึ้น เช่น ไวรัส แบคทีเรีย โดยผู้ก่อการร้ายอาจอาศัยบทเรียนและประสบการณ์ที่พบจากช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคดังกล่าวทั่วโลก ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าสังคมสมัยใหม่มีความเปราะบางอย่างยิ่งต่อการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อต่าง ๆ ทั้งนี้ การก่อการร้ายด้วยอาวุธชีวภาพสามารถสร้างความเสียหายต่อมนุษย์และเศรษฐกิจได้มากกว่าการก่อเหตุด้วยรูปแบบการโจมตีแบบเดิม ๆ คณะมนตรียุโรปยังขอให้ชาติสมาชิกร่วมมือกันอย่างแข็งขันในการป้องกันภัยคุกคามดังกล่าว
26/05/2563
  รัฐต่าง ๆ ในออสเตรเลียจะเริ่มลดระดับมาตรการควบคุม COVID-19 ใน 1 มิ.ย.63
เว็บไซต์ The Sydney Morning Herald ของออสเตรเลีย รายงานเมื่อ 25 พ.ค.63 ว่า รัฐนิวเซาท์เวลส์และรัฐวิกตอเรียของออสเตรเลียจะลดระดับมาตรการควบคุม COVID-19 ใน 1 มิ.ย.63 โดยรัฐนิวเซาท์เวลส์อนุญาตให้ร้านอาหารและสถานบันเทิงกลางคืนเปิดบริการและรับลูกค้าสูงสุดได้ 50 คน และควบคุมพื้นที่ลูกค้า 1 คน ต่อ 4 ตร.ม. ขณะที่พิพิธภัณฑ์ แกลลอรี ห้องสมุด สถานเสริมความงามจะเปิดทำการเช่นกัน อย่างไรก็ดี การรวมตัวกันยังจำกัดจำนวน 5 คน สำหรับการพบปะภายในบ้าน และ 10 คน สำหรับการพบปะนอกสถานที่ ขณะที่รัฐวิกตอเรีย อนุญาตให้ร้านอาหาร สถานบันเทิงกลางคืน การจัดงานสังสรรค์ที่บ้าน และงานแต่งงานมีการรวมตัวได้สูงสุด 20 คน และงานศพ 50 คน นอกจากนี้ รัฐเซาท์ออสเตรเลียเลื่อนการผ่อนคลายมาตรการควบคุม COVID-19 ให้เริ่มใน 1 มิ.ย.63 เร็วขึ้นกว่าเดิมที่กำหนดไว้ใน 8 มิ.ย.63 โดยร้านอาหาร สถานบันเทิงกลางคืน คาเฟ่ เปิดบริการและรับลูกค้าได้สูงสุด 80 คน และงานศพมีผู้เข้าร่วมได้ 50 คน แต่ยังคงเข้มงวดต่อมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม 1.5 เมตร
26/05/2563
  ญี่ปุ่นยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วประเทศ
สนข.Reuters และ AFP รายงานเมื่อ 25 พ.ค.63 ว่าในวันเดียวกัน นรม.ชินโซ อาเบะ ของญี่ปุ่น แถลงยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในเขตพื้นที่กรุงโตเกียว และ 4 พื้นที่ที่เหลือ ได้แก่ จ.ชิบะ จ.ไซตามะ จ.คานางาวะ และ จ.ฮอกไกโด เนื่องจากการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ในประเทศมีแนวโน้มลดลง ส่งผลให้เป็นการยกเลิกประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศ หลังจากที่รัฐบาลยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินใน จ.โอซาก้า จ.เกียวโต และ จ.เฮียวโกะ เมื่อ 21 พ.ค.63 อย่างไรก็ตาม นรม.ชินโซ อาเบะ ระบุว่ามีความเป็นไปได้ที่จะประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินอีกครั้งหากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 เลวร้ายลง ขณะเดียวกัน กต.ญี่ปุ่นเตรียมพิจารณาห้ามการเดินทางไปยัง อินเดีย ปากีสถาน บังกลาเทศ อัฟกานิสถาน ทาจิกิสถาน สาธารณรัฐคีร์กีซ อาร์เจนติน่า เอลซัลวาดอร์ กานา กินี และแอฟริกาใต้ รวมทั้งห้ามบุคคลจากประเทศดังกล่าวเดินทางเข้าญี่ปุ่น โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 27 พ.ค.63 เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค COVID-19
26/05/2563