สำนักข่าวกรองแห่งชาติ
| ค้นหา |
สถานการณ์ไซเบอร์

ปัญญาประดิษฐ์

แก้ไขล่าสุดเมื่อ :
ไม่มีไฟล์แนบ

เอฟบีไอใช้งบกว่า ๓๕ ล้านดอลลาร์สหรัฐ นำระบบจดจำใบหน้าช่วยสืบสวนอาชญากรรมร้ายแรง

เว็บไซต์ forbe.com รายงานเมื่อ ๑๔ ก.ค. ๖๓ ว่า จากเหตุการณ์ระเบิดที่งานวิ่งมาราธอนในบอสตัน เมื่อปี ๒๕๕๖ สำนักงานสืบสวนกลาง (เอฟบีไอ) ได้รับวิดีโอจากกล้องวงจรปิด (CCTV) วิดีโอจากพยานในที่เกิดเหตุ และวิดีโอจากโซเชียลมีเดีย รวมกว่า ๑๓,๐๐๐ ไฟล์ ซึ่งต้องใช้นักวิเคราะห์กว่า ๑๒๐ คนตรวจสอบวิดีโอดังกล่าวเพื่อสืบหาเบาะแสผู้ต้องสงสัยและแรงจูงใจ เอฟบีไอจึงพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อปรับปรุงกระบวนการดังกล่าวโดยให้แผนกพิสูจน์หลักฐานทางมัลติมีเดีย Multimedia Exploitation Unit (MXU) ทำหน้าที่วิเคราะห์วิดีโอที่เกี่ยวข้องกับการโจมตีของผู้ก่อการร้าย ด้วยงบประมาณกว่า ๓๕ ล้านดอลลาร์สหรัฐ นับตั้งแต่ปี ๒๕๕๙ โดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยจากบริษัท Mitre* เป็นองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร ซึ่งได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลสหรัฐฯ กว่า ๑,๐๐๐ - ๒,๐๐๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี

                    MXU เป็นหนึ่งในความร่วมมือระหว่างเอฟบีไอและบริษัท Mitre ซึ่งได้ดำเนินการต่อเนื่องมาอย่างน้อยตั้งแต่ห้วงทศวรรษ ๑๙๙๐ อาทิ โครงการปรับปรุงศูนย์ข้อมูลอาชญากรรมแห่งชาติ โครงการเชื่อมโยงข้อมูลอาชญากรรมให้รถสายตรวจ โดยเมื่อต้น ก.ค.๖๓ Forbes ได้เปิดเผยเพิ่มเติมว่า Mitre กับเอฟบีไอได้ร่วมกันจัดทำโครงการเก็บลายนิ้วมือบุคคลจากรูปภาพในโซเชียลมีเดีย เช่น เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ทวิตเตอร์ และสร้างระบบบ่งชี้ตัวตนยุคหน้า Next Generation Identification (NGI) เพื่อให้เอฟบีไอใช้เป็นคลังเก็บข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่ใหญ่ที่สุดและมีประสิทธิภาพที่สุดในด้านข้อมูลชีวมาตร (biometrics) และข้อมูลอาชญากรรมเพื่อให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในสหรัฐฯ สามารคค้นหาลายนิ้วมือหรือข้อมูลชีวภาพอื่นของผู้ต้องสงสัยได้ 


* Mitre Corp. เป็นบริษัทที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลสหรัฐฯ ทำหน้าที่วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและเครื่องมือดิจิทัลด้านความมั่นคงให้กองทัพ หน่วยงานด้านความมั่นคงและหน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ โดยมีบุคลากรกว่า ๘,๐๐๐ คน ซึ่งรวมถึงวิศวกรและนักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ชั้นนำของประเทศ มีสำนักงานใหญ่ที่เมือง McLean รัฐเวอร์จิเนีย